IN NEWS
'ภราดร'ยันข้อมูลรั่วเกิดจากรหัสผ่านหลุด กรมปค.ชี้แจง/ขู่เอาผิดสื่อสังคมออนไลน์
กรุงเทพฯ-“ภราดร” สรุปปมข้อมูลรั่ว ชี้ต้นตอจากรหัสผ่านหลุด ไม่ใช่การเจาะระบบ เดินหน้ายกระดับระบบรัฐสู่การยืนยันตัวตนหลายชั้นภายใน 30 วัน ขณะที่กรมการปกครอง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการปรากฏข่าวสารการรั่วไหล ของข้อมูลส่วนบุคคลทางสื่อสังคมออนไลน์
วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน หน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือและรับฟังรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือการดึงฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐออกไปทั้งระบบ แต่เกิดจากการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาเข้าสู่ระบบตามสิทธิการใช้งานปกติ ก่อนสืบค้นข้อมูลเป็นรายกรณี โดยขณะนี้พบผู้ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากข้อมูลการใช้งานในระบบ
นายภราดรได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-Factor Authentication) ครอบคลุมทั้งระบบใหม่และระบบเดิม พร้อมเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน รวมทั้งให้จัดทำระบบติดตามการใช้งาน (Audit Log) และติดตามหน่วยงานที่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านรั่วไหลให้เร่งดำเนินการแก้ไข
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านซ้ำหลายบริการ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้นในบัญชีสำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล
กรมการปกครอง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวสารการรั่วไหล

ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล นั้นสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบทั่วกัน ดังนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มิได้รั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร สำนักบริหาร
การทะเบียน กรมการปกครอง แต่อย่างใด - กรณีการเผยแพร่ภาพใบหน้าของบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรมการปกครองได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป - กรมการปกครองขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบฐานข้อมูล
อย่างต่อเนื่อง และมีการใช้ระบบ ThaID เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ซึ่งถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง - กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ขอแจ้งเตือนประชาชนว่า การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ
หรือข้อมูลที่ผิดกฎหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจเข้าข่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมถึงการนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ รวมถึงทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
โดยมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
