LEARNING
ก.เกษตรฯจับมือมก.ลงนามเอ็มโอยูเปิด โอกาสลูก-หลานเกษตรกรต่อยอดปริญญา
กรุงเทพฯ-นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านการเกษตร และขยายโอกาสทางการศึกษาให้เกษตรกร ทายาทเกษตรกร และบุคลากรภาคการเกษตร เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบคลังหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์จากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (115)
นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ ขณะเดียวกันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันทางการค้า ความผันผวนของตลาดโลก และการส่งต่ออาชีพสู่คนรุ่นใหม่ การพัฒนาคนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้เกษตรกร ทายาทเกษตรกร และบุคลากรภาคการเกษตร เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพผ่านเครือข่ายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิชาชีพ การบริหารจัดการ การแปรรูป และการตลาด ไปต่อยอดอาชีพ ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเสริมความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว
ด้าน ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้เกษตรกร ทายาทเกษตรกร และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบคลังหน่วยกิตที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความพร้อม สะสมหน่วยกิต และเทียบโอนเพื่อรับคุณวุฒิระดับปริญญาเมื่อมีสมรรถนะครบตามเกณฑ์ พร้อมยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจะนำองค์ความรู้ งานวิจัย และความเชี่ยวชาญมาพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ภาคการเกษตร และสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพและพัฒนาชุมชนได้จริง
สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้เกษตรกร ทายาทเกษตรกร และบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี รวมถึงชุดวิชาและรายวิชาในระบบคลังหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตและนำไปเทียบโอนเพื่อรับคุณวุฒิระดับปริญญาตรีในอนาคต ตลอดจนนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การเกษตรและศาสตร์แขนงอื่นไปใช้ในการประกอบอาชีพ พัฒนางานวิจัยในชุมชน ส่งเสริมการรวมกลุ่ม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ตรงกับความต้องการของภาคการเกษตร
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ประสานงาน และรวบรวมบุคลากรในสังกัด รวมถึงเกษตรกรและทายาทเกษตรกรที่สนใจเข้ารับการศึกษา พร้อมพิจารณาแหล่งทุนสนับสนุนการศึกษาสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ขณะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาตรี ตลอดจนชุดวิชาและรายวิชาในระบบคลังหน่วยกิต พร้อมพัฒนารายวิชาให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงานและผู้เรียน เพื่อให้สามารถสะสมหน่วยกิตและต่อยอดสู่คุณวุฒิระดับปริญญาตรีได้ รวมทั้งร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงาน พัฒนาหลักสูตร ติดตามผล และขับเคลื่อนความร่วมมือให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างกำลังคนด้านการเกษตรที่มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของประเทศ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม
“ผมเชื่อมั่นว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จะช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เกษตรกรและทายาทเกษตรกร พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่พื้นที่จริง ขณะเดียวกัน นักศึกษาก็จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและข้อท้าทายของภาคเกษตรจากสถานการณ์จริง เพื่อนำความรู้กลับมาร่วมพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก” นายวิณะโรจน์ กล่าว
