POLITICS
เครือข่ายสิ่งแวดล้อม P-Moveปักหลัก หน้าทำเนียบฯยื่นคำขาดหยุดSEC
ปราจีนบุรี-คืบหน้า - เครือข่ายสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศจับมือกลุ่ม P-Move ชุมนุมใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐ ทวงสัญญารัฐบาลหยุดโครงการขนาดใหญ่กระทบชุมชน ยื่นข้อเรียกร้องหลักแช่แข็งแลนด์บริดจ์-หยุดขยาย EEC เข้าปราจีนบุรี-เร่งเยียวยาชาวประมงระยอง ด้าน รมช.คมนาคม รับปากนำเรื่องเข้าบอร์ด EEC ถอดปราจีนบุรีออก แต่ผู้ชุมนุมยืนยันปักหลักจนกว่าจะมีมติ ครม. และเอกสารลงนามชัดเจน ขณะที่แกนนำปราจีนฯ ยกระดับร้อง UNOHCHR และ กสม. หลังโดนอิทธิพลมืดข่มขู่ปองร้ายชีวิต
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 22.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีการชุมนุมของภาคประชาชน โดยเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ได้รวมตัวชุมนุมใหญ่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นคำขาดให้รัฐบาลยุติโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน
ชนวนเหตุของการชุมนุมครั้งนี้เกิดจากท่าทีของรัฐบาลที่เพิกเฉยต่อข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องยกระดับการเรียกร้องใน 3 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การเรียกร้องให้ระงับโครงการแลนด์บริดจ์และ SEC โดยหยุดร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ฉบับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทันที พร้อมระงับโครงการแลนด์บริดจ์ทุกขั้นตอน และแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันยกร่างแผนพัฒนาใหม่ การเรียกร้องให้รัฐบาลระงับและทบทวนแนวคิดการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าสู่พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และการเรียกร้องให้เร่งรัดจ่ายค่าชดเชยแก่ชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลสร้างท่าเรือ ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 6 เดือน ตามที่ได้นำเสนอโดยต่อเนื่อง นั้น
ในส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคตะวันออก ดร.สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการจากกลุ่ม EEC Watch ได้เปิดเผยผ่านเพจ/เฟชบุ๊ค แถลงการณ์ร่วมกับเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เพื่อเรียกร้องให้ยุติการนำจังหวัดปราจีนบุรีไปผนวกรวมเป็นจังหวัดที่ 4 ในโครงการ EEC
ซึ่งล่าสุด ระบุว่า ... จากการเจรจาร่วมกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทาง รมช.คมนาคม รับปากจะช่วยติดตามเรื่อง โดยนำไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย EEC เพื่อขอเปิดประชุมเร่งด่วนในการถอดถอนปราจีนบุรีออกจากโครงการ อย่างไรก็ตาม แม้การเจรจาเบื้องต้นจะตกลงกันได้ในหลักการ แต่ผู้ชุมนุมยืนยันจะปักหลักต่อไปจนกว่าจะมีเอกสารลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแผนแม่บทภาคใต้ และมติคณะรัฐมนตรีที่มีผลผูกพันอย่างเป็นทางการ …
ด้าน นายสุนทร คมคาย หรือ เกษตรแหลม ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี และแกนนำเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็ง ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนได้ร่วมเดินทางมาเจรจากับ รมช.คมนาคม โดยระบุว่าทางฝ่ายรัฐบาลอยู่ระหว่างรอการลงนามจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และทางกลุ่มได้รวบรวมรายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการขยายพื้นที่ EEC ได้แล้วกว่า 10,000 รายชื่อ พร้อมทั้งได้ฝากเรื่องการซ่อมแซมถนนสายหลักในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เช่น สาย 304 และ 359 ที่ชำรุดเสียหายและไม่มีไฟส่องสว่างให้ทางกระทรวงคมนาคมเร่งดูแล
นายสุนทร เปิดเผยด้วยว่า แกนนำในพื้นที่ต้องเผชิญกับการคุกคามจากอิทธิพลมืด การฟ้องปิดปาก (SLAPP) และการลงขันว่าจ้างมือปืนลอบสังหารอย่างหนัก ล่าสุด นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำอีกราย โดนข่มขู่ด้วยการลอบวางยาพิษสุนัขเฝ้าบ้านเสียชีวิตไปแล้ว 2 ตัวภายในสัปดาห์เดียว ทำให้ตนและ นายสุเมธ ต้องเดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNOHCHR) ผ่านผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
โดยมีองค์การระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Protection International) ร่วมผลักดัน เพื่อกดดันให้ภาครัฐจัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ มีกำหนดการจัดเวทีเสวนาและแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มส.) เพื่อเปิดเผยรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อสาธารณชนต่อไปในวันพรุ่งนี้ ( 6 สิงหาคม)
มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี
