LIFE STYLE

พบกำแพงแห่งกาลเวลา 'โคราชโบราณ' โอบล้อมต้นโพธิ์เล็งพัฒนาสู่แลนด์มาร์ก



นครราชสีมา-ความคืบหน้าการขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก บริเวณพลล้านต้านปัญจา ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างต่อเนื่อง หลังนักโบราณคดีขุดพบแนวกำแพงเมืองโบราณที่ไม่เคยค้นพบจากการสำรวจเมื่อปี 2567 พร้อมเผยภาพอันน่าประทับใจของแนวกำแพงอิฐโบราณที่ถูกต้นโพธิ์ขนาดใหญ่โอบล้อมไว้ ราวกับเป็น “กำแพงแห่งกาลเวลา” ที่ยังคงยืนหยัดเล่าเรื่องราวของเมืองโคราชผ่านกาลเวลาหลายร้อยปี

โครงการขุดค้นครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา นับเป็นการศึกษาแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาครั้งสำคัญในรอบกว่า 20 ปี

นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ เปิดเผยว่า การขุดค้นเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมือง ตามหลักวิชาการที่กำหนดให้ต้องตรวจสอบหลักฐานทางโบราณคดีก่อนดำเนินโครงการทุกครั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่านครราชสีมา

ผลการขุดค้นสามารถพบแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ซึ่งไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองโคราช หลังจากมีการศึกษากำแพงเมืองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 ก่อนจะเว้นช่วงไปนานกว่า 20 ปี

นอกจากแนวกำแพงเมืองแล้ว ยังพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด ต่อเนื่องถึงสมัยเหล็กและยุคประวัติศาสตร์ ทั้งชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา เศษถ่าน เขม่า ขี้เถ้า และเปลือกหอย สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตและการดำรงชีพของผู้คนเมื่อราว 1,500–2,500 ปีก่อน แม้ว่าบางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีตจนชั้นดินโบราณบางส่วนถูกทำลาย แต่การค้นพบแนวกำแพงเมืองยังคงเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์นครราชสีมา

ขณะนี้นักโบราณคดีอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างอินทรียวัตถุใต้ฐานอิฐ รวมถึงอิฐที่พบร่องรอยแกลบข้าว ส่งตรวจวิเคราะห์อายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุช่วงเวลาการก่อสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และป้อมปราการให้ชัดเจนเป็นครั้งแรก ซึ่งจากการขยายหลุมขุดทำให้สามารถมองเห็นแนวกำแพงทอดตัวยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ สอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาพื้นที่รอบคูเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุในความดูแลของกรมธนารักษ์ โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ และยกระดับภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์ให้สวยงาม ควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าทางโบราณคดี

นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ระบุว่า บริเวณต้นโพธิ์ที่ปัจจุบันแผ่กิ่งก้านโอบล้อมแนวกำแพงเมืองโบราณไว้ จะได้รับการบูรณะและออกแบบภูมิทัศน์โดยผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เชื่อมโยงเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน เปรียบเสมือน “กำแพงแห่งกาลเวลา” หรือ “อุโมงค์แห่งกาลเวลา” ที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเมืองนครราชสีมา และพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กด้านประวัติศาสตร์แห่งใหม่ของจังหวัด

นอกจากนี้ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการศึกษาทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง เพราะหลักฐานที่ค้นพบในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่เมืองนครราชสีมามีผู้คนตั้งถิ่นฐานและพัฒนาชุมชนมาอย่างยาวนานนับพันปี ก่อนส่งต่อเรื่องราวผ่านแนวกำแพงเมืองโบราณที่ยังคงยืนหยัดเป็นพยานแห่งกาลเวลาจนถึงปัจจุบัน.

ประสิทธิ์ วนะชกิจ รายงาน