POLITICS

'สิริพงศ์'บุกสกลนครตรวจงานบริการปชช. ดูคืบหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน



สกลนคร-“สิริพงศ์” ลงพื้นที่สกลนคร ลุยตรวจเยี่ยมหน่วยงานบริการประชาชน ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ไขปัญหาคมนาคม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (7 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม พร้อมตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนคร เพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่ง คุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการเดินทาง และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมี นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายโกสินทร์ เจติยานนท์ วิศวกรใหญ่ด้านอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง นายอดิเทพ ตีระมาศวณิช วิศวกรใหญ่ด้านบำรุงรักษาทางและสะพาน กรมทางหลวงชนบท นายชัยธวัช พรหมวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 3 สกลนคร นางสาวรัตนาอิทธิอมร ผู้ตรวจราชการกรม กรมการขนส่งทางบก นายภรรทนพ สุมณฑา ขนส่งจังหวัดสกลนคร และนายบรม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต 6 ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ด้วย

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามการให้บริการประชาชนด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขการถือครองยานพาหนะ อาทิ กรณีรถยังผ่อนชำระ การโอนลอย หรือการถูกสวมสิทธิเป็นเจ้าของรถ จึงได้สั่งการให้ ขบ. เร่งหาแนวทางป้องกันปัญหา และคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้เกิดความเป็นธรรมในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ พร้อมมอบให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับระบบขนส่งให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำชับให้อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการของภาครัฐ

สำหรับจังหวัดสกลนคร มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร 2 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสกลนคร แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 รองรับเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง 49 เส้นทาง ครอบคลุมทั้งเส้นทางภายในเขตเทศบาล เส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ เส้นทางระหว่างจังหวัด ตลอดจนเส้นทางระดับอำเภอและตำบล อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปยังท่าอากาศยานสกลนครได้อย่างสะดวก สะท้อนถึงศักยภาพด้านโครงข่ายคมนาคมของจังหวัด

โดยภายหลังจากการตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลเดื่อศรีคันไชย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส อากาศอำนวย เจริญศิลป์ และพังโคน ซึ่งมีทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และโครงการที่อยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณ โดยปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางหลวงขนาดใหญ่หมายเลข 222 สายพังโคน - บึงกาฬ ตอนอำเภอพังโคน - วานรนิวาส ช่วง กม. ที่ 7+500 - 25+835 ระยะทางรวม 18.335 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 1,100 ล้านบาท โดยขยายช่องจราจร จาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2572 เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ ทล. ดำเนินการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ทบทวนจุดกลับรถ ระบบระบายน้ำ รวมถึงจุดเข้า - ออก เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งยกระดับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณสี่แยกบ้านเดื่อศรีคันไชย วัดท่าเดื่อ ตลาดขายไก่ย่างพังโคน และวัดศรีบุญเรือง เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยประชาชนได้สะท้อนเกี่ยวกับปัญหาการจราจรหนาแน่น จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ แสงสว่างไม่เพียงพอ ความคับแคบของถนน บริเวณตลาดขายไก่ย่างพังโคน บนทางหลวงหมายเลข 222 และสภาพผิวจราจรชำรุด บนทางหลวงหมายเลข 2307 ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และจัดสรรงบประมาณดำเนินการ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก พร้อมทั้งวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความยั่งยืน และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

“กระทรวงคมนาคม จะมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดสกลนครและพื้นที่ภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าเกษตรในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว