IN NEWS

สวนดุสิตโพลชี้ความรุนแรงในสังคมไทย กว่า87%มองรุนแรงเพิ่มขึ้น/รัฐฯไร้น้ำยา



กรุงเทพฯ-สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็น "อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่าง 87.40% เห็นว่ารุนแรงมากขึ้น สาเหตุสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษยังไม่เข้มงวดพอ 86.81% และรู้สึกกังวลอย่างมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง 55.09% สำหรับแนวทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรง/กระทำผิดซ้ำ 81.55% และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาล จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 50.58% ไม่ค่อยเชื่อมั่น

 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,198 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.40 เห็นว่าอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย ณ วันนี้ รุนแรงมากขึ้น โดย ร้อยละ 86.81 มองว่าสาเหตุสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษยังไม่เข้มงวดพอ และร้อยละ 55.09 มองว่า จากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ทำให้รู้สึกกังวลอย่างมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง

สำหรับแนวทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ร้อยละ 81.55 เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรง/กระทำผิดซ้ำ และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาล จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.58 ไม่ค่อยเชื่อมั่น

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่าปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยรู้สึกกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต ขณะที่ยังไม่เชื่อมั่นเท่าใดนักว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ ภาครัฐ  จึงต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและแสดงให้เห็นถึงผลการทำงาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

ด้าน ดร.เปมิกา สนิทพจน์ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตสรุปว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม (Fear of Crime) สูงขึ้นมากสัมพันธ์กับความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตระดับสูงเช่นกัน เพราะในปัจจุบันอาชญากรรมที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยมาก เช่น กรณีผู้พ้นโทษจากเรือนจำได้เพียง 2 เดือน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปถึง 5 คน และกรณีของนักเรียนที่ก่อเหตุกราดยิงครูและเพื่อน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้น การลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมจึงเป็นมาตรการที่ต้องยกระดับอย่างจริงจัง

ซึ่งประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้มีบังคับใช้กฎหมายประหารชีวิตสำหรับผู้กระทำผิดในคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่สร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคมในวงกว้างควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ได้แก่ ระบบกล้อง CCTV และระบบตรวจจับอาวุธมาใช้ในการป้องกัน ในระยะเร่งด่วนรัฐบาลควรมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและผู้กระทำผิดซ้ำ เพื่อลดโอกาสในการเกิดเหตุซ้ำ สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน