OPINION

ถอดรหัส...8คำทำนายพลิกชะตากรรม ภูมิรัฐศาสตร์ของศ.เจียง เซี่ยเฉวียน  โดย: ณัฐธพงษ์ อัครปรีชากุล



ในยุคสมัยที่คลื่นลมทางภูมิรัฐศาสตร์โลกพัดพาเอาความระส่ำระสายมาสู่มนุษยชาติอย่างไม่ขาดสาย คำถามประการหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นในจิตใจของผู้คนเสมอคือ "เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางใด?" บทความนี้ขอพาผู้อ่านร่วมเดินทางผ่านมิติทางภาษาและการวิเคราะห์เชิงสังคมวิทยา เพื่อถอดรหัสความคิดของ ศาสตราจารย์ เจียง เซี่ยเฉวียน (Prof. Jiang Xueqin) นักภูมิรัฐศาสตร์และนักวิชาการผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งผู้เขียนได้เขียนบทความถึงท่านผู้นี้ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ได้นำการถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์เชิงคาดการณ์ (Predictive History) มามองโลกในฐานะ "กระดานหมากรุก" ที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์อันซับซ้อน

อาจารย์เจียงมิใช่ผู้ทำนายโชคชะตาด้วยศาสตร์เร้นลับหรือไพ่ทาโรต์ หากแต่เป็นนักคิดผู้มองอดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบัน และคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ ราวกับผู้มองเห็นโครงสร้างที่ซ่อนอยู่หลังม่านสถิติและบริบททางประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำนายปรากฏการณ์สำคัญระดับโลกอย่างแม่นยำมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลาง

รากเหง้าแห่งความขัดแย้ง: สงครามดอลลาร์และภูมิศาสตร์ธรรมชาติ

ก่อนจะก้าวเข้าสู่คำทำนายทั้ง 8 ข้อ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือฐานคิดของอาจารย์เจียงเกี่ยวกับสงครามและความขัดแย้งในปัจจุบัน อาจารย์เจียงชี้ให้เห็นว่า สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังทางศาสนาหรือวัฒนธรรมเป็นหลัก หากแต่เกิดขึ้นเพื่อ "ความอยู่รอดของเงินดอลลาร์"

ดอลลาร์สหรัฐเปรียบเสมือนแกนกลางของระบบการค้าโลกผ่านระบบน้ำมัน (Petrodollar) เมื่อกลุ่มประเทศ BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และอิหร่าน) พยายามทดลองใช้ ทองคำ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อคานอำนาจ สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องระงับยับยั้งอิหร่านเพื่อปกป้องระบบอำนาจเงินตราของตน

ทว่า สงครามครั้งนี้มิใช่ภาพฉายซ้ำของสงครามอิรัก อาจารย์เจียงได้เปรียบเทียบเชิงพรรณนาไว้ได้อย่างเห็นภาพว่า:

อิรัก คือ ทะเลซาย ที่ซึ่งรถถังและกองกำลังทหารสามารถบุกทะลวงและสยบลงได้ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์

อิหร่าน คือ ป้อมปราการภูเขา อันเป็นปราการธรรมชาติที่เอื้อต่อการทำสงครามกองโจรและสงครามบั่นทอนกำลัง (War of Attrition)

นอกจากนี้ อาวุธที่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าระเบิดใดๆ คือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็น 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกในแต่ละวัน หากเส้นทางนี้ถูกปิดลง ระบบเศรษฐกิจโลกอาจตกอยู่ในสภาวะอัมพาตภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง

8 คำทำนายสะเทือนชะตากรรมโลก

ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ระส่ำระสายและไร้ระเบียบ อาจารย์เจียงได้เปิดเผย 8 คำทำนายใหม่ ที่อาจฉากทัศน์ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลก ดังนี้:

8 คำทำนายภูมิรัฐศาสตร์โลก

  1. การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วาระที่ 3 ของดอนัลด์ ทรัมป์
  2. สหรัฐอเมริกาประกาศใช้ระบบ "เกณฑ์ทหาร" อีกครั้ง
  3. สภาวะสงครามกลางเมืองและการแตกแยกทางสังคมในสหรัฐฯ
  4. การก้าวเข้าสู่ "รัฐพลเรือน AI" ผ่านระบบ Digital ID และ CBDC
  5. การขยายดินแดนตามโครงการ "Greater Israel"
  6. สมรภูมิการปะทะระหว่าง NATO และรัสเซีย ณ เมืองโอเดสซา (Odesa)
  7. ข้อตกลงลับแบ่งเขตอิทธิพลระหว่างสองมหาอำนาจ: สหรัฐฯ และ จีน
  8. วิกฤตการณ์รอบใหม่ในเอเชียตะวันออก (ไต้หวัน และ คาบสมุทรเกาหลี)

1. การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วาระที่ 3 ของดอนัลด์ ทรัมป์

แม้ผู้คนจำนวนมากจะมองว่าข้อนี้เป็นไปไม่ได้เนื่องจาก บทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 22 (22nd Amendment) กำหนดห้ามประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระ แต่อาจารย์เจียงชี้ว่า รัฐธรรมนูญถูกเขียนขึ้นในยามสงบ หากสหรัฐฯ ตกอยู่ในสภาวะสงครามขนาดใหญ่ ประธานาธิบดีอาจประกาศ สภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ EBS (Emergency Broadcast System) เพื่อเลื่อนหรือระงับการเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย ประกอบกับช่องว่างทางกฎหมายและการตีความวาระการทำงาน เช่นเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ (FDR) เคยดำรงตำแหน่งถึง 4 วาระในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

2. สหรัฐอเมริกาประกาศใช้ระบบ "เกณฑ์ทหาร"

หลังจากยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปตั้งแต่ปี 1973 และใช้กองกำลังอาสาสมัครมาตลอด 50 ปี สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องฟื้นฟูระบบนี้ขึ้นมาใหม่ เนื่องจากการรับมือกับอิหร่านซึ่งมีกำลังทหารกว่า 580,000 นายและเครือข่ายกองกำลังในต่างแดน ไม่สามารถพึ่งพาเพียงโดรนหรือกองกำลังอาสาสมัครที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบลงทะเบียนเกณฑ์ทหาร (Selective Service System) ยังคงเปิดใช้งานและพร้อมรองรับการประกาศบังคับใช้ได้ทันที

3. สงครามกลางเมืองและความขัดแย้งภายในสหรัฐฯ

อ้างอิงจากผลสำรวจความคิดเห็นที่พบว่าคนอเมริกันเกินกว่า 40% เชื่อว่าประเทศกำลังมุ่งหน้าสู่ความขัดแย้งรุนแรงภายใน การบังคับเกณฑ์ทหารอาจกลายเป็นชนวนระเบิดทางสังคมระลอกใหม่ สงครามกลางเมืองในบริบทนี้ไม่อยู่ในรูปแบบการแบ่งฝ่ายเหนือ-ใต้เหมือนปี 1861 หากแต่มาในรูปแบบความไม่สงบในเมือง การก่อวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐาน และความขัดแย้งระดับชุมชนอันเกิดจากสภาวะสังคมแบ่งขั้วและความเหลื่อมล้ำสุดขั้ว

4. โลกเข้าสู่สภาวะ "รัฐพลเรือน AI" และการควบคุมทางดิจิทัล

การเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของรัฐผ่านการผนวก Digital ID เข้ากับ สถด. / สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) สภาพเศรษฐกิจส่วนบุคคลจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นข้อมูลที่รัฐสามารถตรวจสอบ ประเมิน และระงับการทำธุรกรรมได้ทันทีหากบุคคลนั้นแสดงพฤติกรรมหรือความเห็นที่ไม่พึงประสงค์ โดยสภาวะสงครามและความมั่นคงจะเป็นข้ออ้างสำคัญในการเร่งรัดระบบนี้

5. โครงการ "Greater Israel" และการขยายอิทธิพล

การวิเคราะห์เชิงภูมิศาสตร์ศาสนาและประวัติศาสตร์ชี้ว่า ยามที่สหรัฐฯ มุ่งสนใจไปที่สงครามอิหร่านจนเกิดช่องว่างทางอำนาจ อิสราเอลอาจใช้โอกาสนี้ขยายแนวพรมแดนและตั้งนิคมใหม่ตามแนวคิดดินแดนศักดิ์สิทธิ์โบราณ (จากแม่น้ำไนล์ถึงแม่น้ำยูเฟรทีส) ซึ่งจะสร้างข้อเท็จจริงใหม่บนพื้นดิน (Facts on the ground) ที่ยากจะหวนคืน

6. สมรภูมิโอเดสซา (Odesa): น่านน้ำยุทธศาสตร์อาหารโลก

ความขัดแย้งระหว่าง NATO และรัสเซียจะงวดงดลงที่เมืองท่า โอเดสซา เนื่องจากยูเครนและรัสเซียรวมกันเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีเกือบ 30% ของโลก การครองเมืองท่าโอเดสซาจึงเปรียบเสมือนการกุมกุญแจความมั่นคงทางอาหารของประชากรหลายพันล้านคนในตระวันออกกลาง อัฟริกา และเอเชีย

7. ข้อตกลงลับและการแบ่งเขตอิทธิพลระหว่าง สหรัฐฯ - จีน

ฉากหน้าของสงครามการค้าและการเผชิญหน้าทางวาทกรรมแท้จริงแล้วอาจเป็นเพียง "ละครโรงใหญ่" เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความเกี่ยวพันทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง (จีนถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐฯ พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน) ในห้องประชุมลับ มหาอำนาจทั้งสองอาจกำลังเจรจาแบ่งเขตอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกอย่างเงียบๆ โดยสหรัฐฯ ดูแลซีกโลกตะวันตก และจีนดูแลพื้นที่เอเชียและแอฟริกา

8. วิกฤตการณ์ใหม่ในเอเชียตะวันออก

เมื่อมหาอำนาจตะวันตกติดพันกับสงครามในภูมิภาคอื่น ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในเอเชียตะวันออกทดสอบขีดความสามารถ โดยมีสองจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือ ไต้หวัน และ คาบสมุทรเกาหลี ขณะเดียวกัน ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็น "สนามแข่งขันอิทธิพล" ของมหาอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปรัชญาถ้ำของเพลโต และการแสวงหาทางรอดของมนุษย์

อาจารย์เจียงได้อ้างถึง อุปมาอุปไมยเรื่องถ้ำของเพลโต (Plato's Allegory of the Cave) เพื่อสะท้อนภาพสังคมปัจจุบันว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มองเห็นเพียง "เงาบนผนังถ้ำ" ที่ถูกฉายและแต่งแต้มโดยสื่อมวลชนและผู้ถือครองอำนาจ โดยหารู้ไม่ว่าแสงสว่างที่แท้จริงและโครงสร้างผู้อยู่เบื้องหลังคือนักวางระบบการเงินและรัฐบาล

"เงาที่คุณเห็นในข่าว ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เป็นภาพสะท้อนที่ถูกจัดวางไว้แล้ว"

อาจารย์เจียงไม่ได้สรุปการทำนายด้วยความสิ้นหวัง หากแต่นำประสบการณ์ความพ่ายแพ้และการกอบกู้ชีวิตของตนเองมาเป็นอุทาหรณ์ คำแนะนำที่แท้จริงสำหรับสามัญชนในยุคที่โครงสร้างโลกกำลังสั่นคลอน มิใช่เพียงการสะสมทองคำหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หากแต่คือ "การลงทุนในชุมชนและสายสัมพันธ์ของมนุษย์" เพราะเมื่อระบบการเงินและโครงสร้างรัฐพังทลายลง สิ่งที่จะช่วยพยุงชีวิตของมนุษย์ไว้ได้ดีที่สุดก็คือ ผู้คนที่อยู่เคียงข้างเรา

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. Bartlett, S. (Host). (2024). The Diary of a CEO: Interview with Prof. Jiang Xiechun on Geopolitics and World Predictions. [Video Podcast].
  2. Jiang, X. (2024). Predictive History Channel: Game Theory and Structural Patterns in Global Geopolitics. YouTube.
  3. Plato. (c. 375 BCE). The Republic: Book VII (Allegory of the Cave).
  4. U.S. Selective Service System. (2023). Structure and Readiness of National Draft Registration Systems. Washington, D.C.
  5. Bank for International Settlements (BIS). (2024). Central Bank Digital Currencies (CBDCs) and the Future of Monetary Control. Basel, Switzerland.