POLITICS
บอร์ดครอบครัวแห่งชาติเคาะ3มาตรการ ยกระดับครอบครัวไทยรับสังคมเปลี่ยนเร็ว
กรุงเทพฯ-“ภัทร์ดารัสมิ์” รองโฆษกรัฐบาล เผย คกก. ครอบครัวแห่งชาติ เคาะ 3 มาตรการยกระดับครอบครัวไทย ตั้งแต่ทบทวนสิทธิ “วันลาเพื่อครอบครัว” พร้อมระบบช่วยเหลือด้านการเงินและงานยืดหยุ่น ยกระดับ ศพค. ให้ชุมชนเป็นกลไกดูแลคนทุกวัยและเดินหน้า “สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569”
เมื่อ14 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบ 3 แนวทางสำคัญเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวไทย ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งการสร้างสมดุลชีวิตการทำงานกับครอบครัว การยกระดับกลไกดูแลครอบครัวในระดับชุมชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกช่วงวัย
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนนโยบายครอบครัวจากการรอแก้ปัญหาไปสู่การ ป้องกันก่อนเกิดปัญหา สร้างภูมิคุ้มกัน และเสริมพลังครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถดูแลสมาชิกและรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับ 3 มาตรการสำคัญ ที่ กยค. เห็นชอบ มีดังนี้
1. “วันลาเพื่อครอบครัว” เพิ่มสิทธิ–เพิ่มความยืดหยุ่น ให้คนทำงานดูแลครอบครัวได้
ที่ประชุมเห็นชอบแนวทาง “คงระบบเดิม เพิ่มความชัดเจน” โดยมอบหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการลาเพื่อครอบครัว ทั้งระเบียบการลาของข้าราชการ ระเบียบการจ่ายค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชการ และสิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ รวมถึงประสานกระทรวงแรงงานพิจารณาปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้การลาเพื่อครอบครัวครอบคลุมมากขึ้น ที่สำคัญ ยังมีแนวทางปรับปรุงระบบประกันสังคมให้ครอบคลุม การสนับสนุนทางการเงินสำหรับลูกจ้างที่ลาเพื่อครอบครัว พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานมีระบบให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานหรือบุคลากรที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว และนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานที่บ้านหรือการปฏิบัติงานนอกสถานที่ เพื่อให้คนวัยทำงานสามารถรับผิดชอบงานและดูแลครอบครัวไปพร้อมกันได้
2. “ศพค. ชุมชนนำ” เปลี่ยนชุมชนเป็นด่านหน้า ดูแลครอบครัวทุกช่วงวัย
กยค. เห็นชอบแนวทางยกระดับ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะนำแนวคิด Social Lab มาใช้เป็นพื้นที่ทดลองรูปแบบการทำงานที่เหมาะกับบริบทของแต่ละชุมชน เป้าหมายคือพัฒนาไปสู่ “ศพค. แบบชุมชนนำ : ศพค. สร้างสุข ดูแลคนทุกช่วงวัย” รองรับทั้งครอบครัวข้ามรุ่นและสังคมสูงวัย ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลและเสริมพลังครอบครัวอย่างใกล้ชิด
3. “สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569” ชู 4 วาระ ตั้งแต่สุขภาพใจถึงภัยออนไลน์
ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการจัด สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” โดยกำหนด 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
• สร้างความสุขและความสัมพันธ์ในครอบครัว เน้นการสื่อสาร สุขภาพจิต และการใช้เวลาร่วมกัน
• สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ครอบคลุมบ้าน ชุมชน โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ
• เสริมพลังเศรษฐกิจครอบครัว ทั้งการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
• Cyber Safe Family สร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้สมาชิกในครอบครัวรู้เท่าทันและปลอดภัยจากภัยออนไลน์
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการติดตามการขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการด้านครอบครัว พ.ศ. 2566–2570 ประจำปี 2568 ความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว สถานการณ์ครอบครัวไทยและครอบครัวข้ามรุ่น รวมถึงการขับเคลื่อนมาตรการ “ครอบครัวไทยปลอดภัยไร้ความรุนแรง” ตลอดจนพิจารณาความคืบหน้าการส่งเสริมสมดุลชีวิตการทำงานกับชีวิตครอบครัว และความร่วมมือในการขับเคลื่อน ศพค. และการจัดสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การขับเคลื่อนทั้ง 3 มาตรการสะท้อนการปรับนโยบายครอบครัวจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้าง “ระบบสนับสนุนครอบครัว” ตั้งแต่ระดับที่ทำงาน ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะการทำให้คนวัยทำงานสามารถดูแลครอบครัวได้โดยไม่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่การงานกับคนที่ต้องดูแล
ทั้งนี้ กยค. ตั้งเป้าให้มาตรการสำคัญดังกล่าวเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายใน ไตรมาสถัดไป โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน และครอบครัว เพื่อสร้างระบบป้องกันและดูแลสมาชิกทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง
