THAILAND

อาชีพใหม่ชาวกาฬสินธุ์รายได้'เป็นแสน' รับจ้างเพาะกล้า-ดำนาด้วยรถผลผลิตดี



กาฬสินธุ์-ชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์หลายราย ผ่าวิกฤติต้นทุนทำนาสูง ปลูกข้าวได้คุณภาพ โดยนำนวัตกรรมทำนายุคใหม่เข้ามาใช้ เกิดอาชีพรับจ้างเพาะต้นกล้า พร้อมรับเหมาดำนาด้วยรถ  กลายเป็นอาชีพใหม่ที่น่าจับตา สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในฤดูกาลทำนา ไม่น้อยกว่า 260,000 บาท ได้เงินมากว่าทำนาขายข้าวเปลือกหลายเท่าตัว

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพทำนา ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้งในพื้นที่ใช้น้ำชลประทานและนอกเขตชลประทาน ที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก พบว่าส่วนหนึ่งที่ทำนาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูฝน นิยมทำนาหว่าน เพราะสะดวก ประหยัดทุนกว่าทำนาดำ ส่วนกลุ่มที่ทำนาในช่วงกลางฤดูฝน พบว่าทำนาดำเป็นส่วนน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ของศูนย์เมล็ดพันธ์ข้าวกาฬสินธุ์  ขณะที่ยังพบว่าได้เกิดกลุ่มผู้ปลูกข้าว ที่หันมานิยมการเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวในกระบะก่อน ก่อนที่จะใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการดำนา ที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยใช้เครื่องจักรหรือรถดำนาเข้ามาใช้ในแปลงนา

นายสุบิน พัฒน์มณี  อายุ 58 ปี ชาวนาบ้านน้อยดอนกระต่าย หมู่ที่ 14 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า ตนทำทั้งนาปรังและนาปี ที่ผ่านมาทำนาหว่าน เพราะประหยัดทุนและเวลา แต่ต้นข้าวที่ทำนาหว่านจะมีปัญหาตามมาหลายปัญหา เช่น สิ้นเปลืองปุ๋ยเคมี เกิดวัชพืช มีการปลอมปนของพันธุ์ข้าวหรือข้าวดีด ต้นข้าวไม่แข็งแรง ออกรวงน้อย หรือตอนที่เป็นต้นกล้าหากประสบภัยแล้งก็ตายง่าย ปีใดประสบน้ำท่วมก็เน่าตายง่าย  

หากเมล็ดข้าวงอกไม่ดีก็ต้องเสียเวลามาปักดำ โดยไปหาซื้อต้นกล้าจากเพื่อนชาวนาอีก ที่ผ่านมาการทำนาจึงเสี่ยงกับการขาดทุน เพราะต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีและค่าแรง หากผลผลิตได้น้อยก็ขาดทุน ยิ่งปีใดราคาขายข้าวเปลือกตกต่ำตันละ 6,000-7,000 บาทก็ขาดทุนยับเยิน

ด้านนายครรชิต ถิ่นสะอาดไกรเลิศ อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.ลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ประกอบการรับจ้างเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวและรถดำนา กล่าวว่า เดิมตนก็ทำนาหว่าน ประสบปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากแก้ไขไม่ได้ จึงหันมาใช้วิธีการทำนาแผนใหม่โดยใช้รถดำนา

โดยเพาะเมล็ดพันธุ์ในกระบะ พอต้นกล้าได้อายุปักดำก็ใช้รถดำนาลงแปลงนา ซึ่งเป็นรถดำนาที่ใช้สินเชื่อ ธ.ก.ส.ผ่อนส่งรายปี ผลดีของการเพาะเมล็ดพันธุ์และใช้รถดำนา ก็จะช่วยประหยัดทั้งเมล็ดพันธุ์ มีระยะห่างระหว่างกอ พอดีกับการเจริญเติบโตและออกรวง ประหยัดปุ๋ยเคมี รวมทั้งมีความแข็งแรง ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง โดยลงมือทำนาแบบนี้มาเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยทำทั้งนาปีและนาปรัง 

นายครรชิตกล่าวอีกว่า เมื่อการทำนาแบบใหม่ดังกล่าวได้ผลดี เพื่อนชาวนาก็สนใจ มาว่าจ้างให้ตนเพาะพันธุ์ข้าวให้และจ้างเหมาดำนา หากเป็นเมล็ดพันธุ์ของเราพร้อมดำนาให้ คิดราคาค่าจ้างเหมาไร่ละ 1,600 บาท หากเป็นเมล็ดพันธุ์ของเจ้าของนา แต่เราเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ รวมทั้งใช้รถดำนาให้ ก็จะคิดค่าจ้างเหมาเพียงไร่ละ 1,200 บาทเท่านั้น ทั้งนี้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ใช้เวลาดำนาประมาณ 20-30 นาทีก็แล้ว เร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย กว่าใช้แรงงานคนถอนกล้าปักดำหลายเท่าตัว

“จากความสะดวกรวดเร็วของการดำนายุคใหม่ ที่รับจ้างเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวในกระบะ และนำรถดำนามาใช้บริการ ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีเพื่อนชาวนาทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่มาติดต่อว่าจ้างหลายราย ซึ่งค่าเฉลี่ยทั้งใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวกับเรา หรือใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของเขา ฤดูกาลทำนาครั้งหนึ่งๆรวมพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ราคาไร่ละ 1,200-1,600 บาทดังกล่าว หรือถัวเฉลี่ยไร่ละ 1,300 บาท ก็จะมีรายได้จากการรับจ้างในทำนาฤดูกาลละประมาณ 260,000 บาททีเดียว ทั้งนี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาสามารถชำระค่ารถดำนาได้หมดแล้ว ต่อไปนี้ก็จะมีแต่กำไรและค่าซ่อมบำรุงเท่านั้น” นายครรชิตกล่าวในที่สุด

อย่างไรก็ตาม วิธีการดำนาโดยใช้รถดำนา ซึ่งเป็นนวัตกรรมหรือเครื่องจักรกลทางการเกษตรใหม่ กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ทั้งมีทั้งรุ่นคนนั่งขับและรุ่นเดินตาม ทั้งนี้เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ จึงหันมาว่าจ้างเพื่อนชาวนาที่มีต้นทุนสูง ทั้งจ้างเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวและใช้รถรับจ้างดำนา จึงเกิดเป็นอาชีพใหม่ เหมือนพลิกวิกฤติเป็นโอกาส และสามารถทำเงินได้หลักแสน มีกำไรยิ่งกว่าขายข้าวอีกด้วย