LIFE STYLE

มากกว่าทะเลและชายหาด4ประสบการณ์ สัมผัสวิถีชีวิตและเสน่ห์ภาคใต้



การพักผ่อนริมชายหาดนอกจากสามารถมอบประสบการณ์สวยงามของแต่ละจุดหมายปลายทาง และยังเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เรียนรู้และเข้าใจเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิตการใช้ชีวิตของคนท้องถิ่น และธรรมชาติที่ควรค่าแก่การเดินทางไปสัมผัสมากยิ่งขึ้น แนวคิดการเดินทางในลักษณะนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจนักเดินทางทั่วโลกประจำปี 2568 ของ Booking.com ระบุว่า นักเดินทางเกือบ 7 ใน 10 คน หรือ 69% ต้องการให้การเดินทางของตนมีส่วนช่วยสร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่จุดหมายปลายทางที่ไปเยือน OUTRIGGER นำแนวคิดดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติผ่านรีสอร์ททั้ง 4 แห่งในเกาะสมุย เขาหลัก เกาะพีพี และภูเก็ต ด้วยด้วยการออกแบบประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสและเข้าใจเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการดูแลระบบนิเวศทางทะเล การเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนชายฝั่ง

แต่ละจุดหมายปลายทางถ่ายทอดเรื่องราวและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ที่ เอาท์ริกเกอร์ เกาะสมุย เศษอาหารจากรีสอร์ตถูกนำกลับมาใช้เป็นอาหารสำหรับปศุสัตว์ในชุมชน ขณะที่ลูกปูได้รับการปล่อยคืนสู่ท้องทะเล ที่เอาท์ริกเกอร์ เขาหลัก ผู้เข้าพักสามารถมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าชายเลน พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลสายพันธุ์ท้องถิ่น ในส่วนของเอาท์ริกเกอร์ เกาะพีพี วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมของชุมชนชาวเลสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่หยั่งรากและผูกพันกับท้องทะเลอันดามันมาอย่างยาวนาน ส่วนที่เอาท์ริกเกอร์ สุรินทร์ บีช ภูเก็ต การเดินเล่นยามเช้าบนหาดสุรินทร์ยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าพักได้มีส่วนร่วมในการดูแลและรักษาความสะอาดของชายหาด

ความร่วมมือและกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากบริบทของแต่ละพื้นที่เหล่านี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ OUTRIGGER Zone โครงการอนุรักษ์ของ OUTRIGGER ที่มุ่งดูแลระบบนิเวศทางทะเลและสนับสนุนชุมชนชายฝั่งในจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ทั่วโลก

Damian Clowes กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก OUTRIGGER Hospitality Group กล่าวว่า “การดูแลท้องทะเลไม่ได้หมายถึงเพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนผู้คน ขนบธรรมเนียม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หล่อหลอมจุดหมายปลายทางเหล่านี้มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่น ช่วยให้เราสามารถเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสอีกด้านหนึ่งของภาคใต้ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด มีความหมาย และเชื่อมโยงกับแต่ละพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

OUTRIGGER PHI PHI ISLAND: สัมผัสความหรูหราอย่างเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หล่อหลอมจากท้องทะเล

บนเกาะพีพี ความผูกพันกับท้องทะเลสะท้อนผ่านขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตของชาวอูรักลาโวยจ ชุมชนชาวเลแห่งท้องทะเลอันดามันที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับหมู่เกาะแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ที่ OUTRIGGER Phi Phi Island Resort ก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนอูรักลาโวยจกับท้องทะเลผ่านรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือลูกปัดทำมือ ตลอดจนองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สะท้อนบทบาทของชุมชนอูรักลาโวยจในฐานะส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยังคงดำรงอยู่บนเกาะพีพี

ความเชื่อมโยงกับท้องถิ่นนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดกิจกรรมในวันที่ 18 กันยายน ณ อ่าวโละลานะ โดยทีมงาน OUTRIGGER จำนวน 50 คน พร้อมด้วยนักเรียนจากโรงเรียนแหลมตง และทีมงานจากโรงแรมใกล้เคียง จะร่วมกันทำความสะอาดชายหาดเนื่องในวัน World Cleanup Day หลังจากกิจกรรมเก็บขยะชายหาด ผู้เข้าร่วมจะร่วมเวิร์กช็อปอัปไซเคิลเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อนำขยะที่เก็บรวบรวมได้มาสร้างสรรค์เป็นสิ่งของที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมเรียนรู้แนวทางในการการลดปริมาณขยะและต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง

แนวทางเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความยั่งยืนของรีสอร์ต ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การปลูกพืชและสมุนไพรที่รับประทานได้ภายในรีสอร์ต การนำขยะอินทรีย์มาทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการเพาะปลูก และนำผลผลิตไปใช้ภายในครัวของรีสอร์ต การบำบัดน้ำเสียเพื่อนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ดูแลพื้นที่สีเขียวภายในรีสอร์ต การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำได้จากซัพพลายเออร์ ตลอดจนการใช้การใช้ระบบ Aqueous-Ozone ซึ่งเป็นนวัตกรรมการทำความสะอาดที่ผสานก๊าซโอโซน (O₃) ลงในน้ำ เพื่อเปลี่ยนน้ำให้เป็นสารทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคประสิทธิภาพสูง แทนที่จะใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง และสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือที่ปราศจากคลอรีน นอกจากนี้ รีสอร์ตยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบจากท้องถิ่น ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไม้สักจากประเทศไทย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักวิลลาก็ผลิตที่จังหวัดภูเก็ต ไปจนถึงอาหารทะเลที่ชุมชนชาวเลนำขึ้นฝั่งบริเวณชายหาดของรีสอร์ต พร้อมยังเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามาใช้สนับสนุนการดำเนินงานในแต่ละวัน

ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลจุดหมายปลายทางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปกป้องความงดงามของธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงการให้ความเคารพต่อผู้คน ภูมิปัญญา และขนบธรรมเนียมที่ร่วมกันหล่อหลอมจุดหมายปลายทางแห่งนี้จากรุ่นสู่รุ่น แนวคิดดังกล่าวยังถ่ายทอดผ่านตัวรีสอร์ต ซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดทรายขาวอันเงียบสงบทางตอนเหนือของเกาะพีพี โดยได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดภายใต้แนวคิด “นิทรา” (Nit Thra) หรือ “Soul of Rest” ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการพักผ่อนในแบบไทย

ทั่วทั้งรีสอร์ตตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่รังสรรค์ด้วยงานฝีมือ สิ่งทอจากวัสดุธรรมชาติ และรายละเอียดงานสานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาคใต้ของประเทศไทย ห้องพักและวิลลามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ อาทิ Hilltop Ocean View Pool Villa วิลล่าบนเนินเขาพร้อมวิวทะเลและสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ส่วนตัว Beachfront Pool Villa วิลล่าริมชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและทางลงสู่ชายหาดโดยตรง และ Family Garden Villa ที่รายล้อมด้วยพรรณไม้เขตร้อน

ผู้เข้าพักยังสามารถออกไปสำรวจธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะพีพีได้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ภูเขาหินปูนและท้องทะเลอันดามัน ไปจนถึงภาพเขียนโบราณภายในถ้ำไวกิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี

OUTRIGGER KOH SAMUI: จากผืนดินสู่ท้องทะเล สานต่อแนวทางการดูแลอย่างยั่งยืน

ที่ OUTRIGGER Koh Samui Beach Resort การดูแลชายฝั่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนถึงแนวชายหาด โดยรีสอร์ตร่วมมือกับฟาร์มสุขพ่อเฒ่า ซึ่งก่อตั้งโดยคุณคณิต สมวงศ์ ในการนำเศษอาหารกลับมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารสำหรับสัตว์หลายร้อยตัว ทั้งเป็ด ไก่ หมู แพะ และวัว ปัจจุบันฟาร์มสามารถจัดการเศษอาหารได้มากกว่า 10 ตันต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการนำอาหารที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ภายในชุมชนท้องถิ่น

รีสอร์ตเตรียมสานต่อความมุ่งมั่นดังกล่าวในเดือนกันยายนนี้ ผ่านกิจกรรม Food Waste Management ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านย่าสวนปู่ โดยทีมงาน OUTRIGGER กว่า 30 คนจะร่วมกันนำเศษอาหารมาเตรียมเป็นอาหารสำหรับสัตว์ในฟาร์ม พร้อมนำเศษผลไม้มาผลิตเป็นปุ๋ยน้ำธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมการนำเศษอาหารและวัสดุอินทรีย์กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ทางรีสอร์ตยังให้การสนับสนุนธนาคารปูบ้านใต้ ซึ่งคนในชุมชนร่วมกันดูแลปูก่อนปล่อยลูกปูกลับคืนสู่ทะเล โดยในปีที่ผ่านมา โครงการสามารถปล่อยลูกปูได้ราว 3 ล้านตัว ช่วยฟื้นฟูประชากรปูในน่านน้ำท้องถิ่นและสนับสนุนระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง นอกจากนี้ รีสอร์ตยังสนับสนุนการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล โดยมีการปลูกต้นกล้าหญ้าทะเลไปแล้วกว่า 24,000 ต้น แม้หญ้าทะเลอาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่หลายคนมองข้าม แต่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอาศัยของลูกปูและปลา ช่วยปกป้องแนวชายฝั่ง กักเก็บคาร์บอน และรักษาคุณภาพของน้ำทะเล

บรรยากาศภายในรีสอร์ตเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน โดยรีสอร์ตสไตล์โคโลเนียลแห่งนี้ตั้งอยู่ริมชายหาดละไม และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนของครอบครัว Edgewater Beach Club มาพร้อมสระว่ายน้ำ 4 สระ สไลเดอร์น้ำสำหรับเด็ก ห้องอาหารริมชายหาด บาร์ และศาลานวด นอกจากนี้ ยังมีคิดส์คลับ ห้องเล่นเกม พื้นที่เล่นเลเซอร์แท็กในร่มพร้อมอุปกรณ์ใหม่ล่าสุด และคลาสมวยไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ Cave Craft จากกรุงเทพฯ ยังนำเสนอเวิร์กช็อปแบบลงมือทำ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เทียนหอม กระเป๋าผ้า การตกแต่งตุ๊กตาหมีด้วยเทคนิคเทสี (Pouring Art) และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

OUTRIGGER KHAO LAK: ปลูกผืนป่า เพื่อปกป้องชายฝั่ง

 OUTRIGGER Khao Lak Beach Resort ผู้เข้าพักสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลหนึ่งในระบบนิเวศชายฝั่งที่สำคัญของภาคใต้ของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนการฟื้นฟูป่าชายเลน ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในการกักเก็บคาร์บอน ปกป้องชุมชนชายฝั่งจากพายุและการกัดเซาะ รวมถึงเป็นแหล่งอนุบาลตามธรรมชาติของปลาและสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด โดยในแต่ละปีมีการปลูกต้นโกงกางมากกว่า 3,000 ต้น

ในวันที่ 21 กันยายน ทีมงาน OUTRIGGER Khao Lak จะร่วมสานต่อแนวทางดังกล่าวผ่านกิจกรรมทำความสะอาดบ่ออนุบาลเต่าทะเล ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลพังงา กองทัพเรือ โดยจะร่วมกันทำความสะอาดทั้งบ่อเต่าทะเลและบ่ออนุบาลเต่าทะเล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ และต่อยอดกิจกรรมเกี่ยวกับเต่าทะเลที่รีสอร์ตให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้เข้าพักยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลที่พบในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติและกิจกรรมทำความสะอาดบ่ออนุบาล โดยเต่าทะเลที่พบในภูมิภาคนี้ ได้แก่ เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า ทั้งนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมและช่วงเวลาในการปล่อยเต่าจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้านการอนุรักษ์และสภาพตามฤดูกาล

ทำเลและบรรยากาศของรีสอร์ตยังเป็นอีกเหตุผลที่ชวนให้ผู้เข้าพักอยากใช้เวลาพักผ่อนให้นานขึ้น ด้วยรีสอร์ตที่ติดชายหาดบางสักอันเงียบสงบ รีสอร์ตให้บริการห้องพักและห้องสวีทขนาดกว้างขวาง พร้อมระเบียงส่วนตัว รวมถึงวิลล่าแบบแยกหลังจำนวน 7 หลัง โดย 4 หลังมาพร้อมสระว่ายน้ำขนาดเล็กส่วนตัว (Private Plunge Pool) ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม คลื่นตามฤดูกาลยังช่วยเติมสีสันให้กับบรรยากาศการเล่นเซิร์ฟที่กำลังได้รับความนิยมในเขาหลัก ผู้เข้าพักสามารถออกไปโต้คลื่นบริเวณใกล้เคียง หรือร่วมคลาสมวยไทย ก่อนปิดท้ายวันด้วยอาหารทะเลสดใหม่พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ Edgewater

รีสอร์ตยังได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อเด็ก (Child-Safe and Friendly Tourism) ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวของรีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็น Coral Kids Club ห้องพักขนาดกว้างขวาง และกิจกรรมที่ออกแบบสำหรับทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ OUTRIGGER Khao Lak Beach Resort ยังได้รับการจัดอันดับล่าสุดให้เป็นอันดับ 1 จากโรงแรม 86 แห่งในเขาหลักบน Tripadvisor และคว้าอันดับ 1 ใน Trip.com’s 2568 Scenic Hotel Awards ขณะที่จังหวัดพังงายังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เป็นมิตรและให้การต้อนรับนักเดินทางมากที่สุดในโลก จาก Booking.com’s 2569 Traveler Review Awards ซึ่งพิจารณาจากรีวิวที่ผ่านการยืนยันจากนักเดินทางหลายล้านรายการทั่วโลก

OUTRIGGER SURIN:  ร่วมกันดูแลชายฝั่งในยามเช้าวันใหม่

ที่ OUTRIGGER Surin Beach Resort หนึ่งในประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความหมายสำหรับผู้เข้าพัก เริ่มต้นขึ้นง่าย ๆ ด้วยการเดินเล่นบนชายหาดในยามเช้า ผู้เข้าพักสามารถร่วมกิจกรรมทำความสะอาดหาดสุรินทร์ในช่วงเช้าตรู่ ช่วยกันเก็บขยะตามแนวชายฝั่ง พร้อมเรียนรู้ถึงผลกระทบของขยะที่มีต่อชายหาดและระบบนิเวศทางทะเล กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้มีส่วนร่วมในการดูแลและตอบแทนจุดหมายปลายทางที่เดินทางมาพักผ่อน

นอกเหนือจากการดูแลชายหาดแล้ว รีสอร์ตยังขยายความใส่ใจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น โดยในวันที่ 18 กันยายน ทีมงาน OUTRIGGER Surin Beach จำนวน 30 คนจะร่วมกิจกรรม “From Waste to Warmth” แคมเปญรีไซเคิลตลอดหนึ่งเดือนที่ส่งเสริมให้คนในชุมชนรวบรวมและคัดแยกขยะรีไซเคิลจากครัวเรือน จากนั้นขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้จะนำไปจำหน่ายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (SAO Cherngtalay) และนำรายได้ไปแลกเป็นไข่เพื่อมอบให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนบางเทา

นอกเหนือจากพื้นที่ชายฝั่ง รีสอร์ตยังร่วมมือกับศูนย์อนุรักษ์ช้างในท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เกี่ยวกับการดูแลช้างไทยที่ได้รับการช่วยเหลือ รวมถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างมีความรับผิดชอบ

ตัวรีสอร์ตสะท้อนเสน่ห์ของที่พักสไตล์บูทีคในภูเก็ต ด้วยห้องพักและห้องสวีทเพียง 60 ห้อง มอบบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว พร้อมสะท้อนวัฒนธรรมการเล่นเซิร์ฟอันผ่อนคลายของหาดสุรินทร์ผ่านการออกแบบที่มีสีสันและและบรรยากาศล็อบบี้ที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองห้องพักมีให้เลือกตั้งแต่ห้องพักแบบ Pool Access ไปจนถึงห้องสวีทสองชั้นขนาดกว้างขวางและห้องสวีทพร้อมสระว่ายน้ำขนาดเล็กส่วนตัว (Plunge Pool Suite) ขณะที่ Nalu Bar & Grill และ Loft Bar เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พร้อมเสิร์ฟเมนูบาร์บีคิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายวัฒนธรรม ค็อกเทล และวิวพระอาทิตย์ตกของภูเก็ต

รีสอร์ต OUTRIGGER ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทยได้รับรางวัล Tripadvisor Travelers’ Choice Awards ประจำปี 2569 และเข้าร่วมโปรแกรม GHA DISCOVERY นอกจากนี้ OUTRIGGER Khao Lak Beach Resort, OUTRIGGER Koh Samui Beach Resort และ OUTRIGGER Surin Beach Resort ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Green Key มาตรฐานการรับรองระดับสากลด้านความยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ