BANGKOK

กทม.ปฏิบัติการจัดระเบียบคนไร้บ้านบน เกาะรัตนโกสินทร์ส่งต่อ'บ้านอิ่มใจ'



กรุงเทพฯ-(27 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เยี่ยมศูนย์ลงทะเบียน คัดกรอง ส่งต่อ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน บริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร กทม. ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตำรวจ ทหาร อส. ทีม MCATT กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติการ

นายชัชชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาคนไร้ที่พึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากกรุงเทพมหานครเพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถดูแลปัญหาได้ทั้งหมด หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การบูรณาการกำลังคนและทรัพยากรจากทุกฝ่าย เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

“เรื่องนี้เป็นเหมือนการวิ่งมาราธอน ต้องค่อย ๆ ทำและยืนระยะให้ได้ ที่สำคัญคือเมื่อช่วยพาคนออกจากถนนแล้ว ต้องช่วยกันดูแลไม่ให้กลับมาใช้ชีวิตบนถนนอีก ทุกคนอาจมีช่วงเวลาที่โชคร้ายในชีวิต เราต้องช่วยกันดูแลกันด้วยความเมตตา และทำให้เขามีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ขอความร่วมมือประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน ให้สนับสนุนผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น “บ้านอิ่มใจ” แทนการให้เงินหรืออาหารบนท้องถนนโดยตรง เพื่อช่วยเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบการดูแล และให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับบริการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

ด้าน พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า กทม. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ และเทศกิจ โดย กทม. ในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลพื้นที่ ทำหน้าที่วางแผนและประสานการปฏิบัติงาน ขณะที่ผู้อำนวยการเขตพระนครทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่

ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดูแลและคุ้มครองประชาชน โดยคำนึงถึงความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่การจับกุมหรือมุ่งดำเนินการในลักษณะลงโทษ

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้ที่พึ่ง โดยผู้ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยคือประชาชนที่กำลังประสบปัญหา ไม่ใช่ผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิด จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติด้วยความสุภาพ นุ่มนวล และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เน้นการเชิญชวนผู้ที่สมัครใจเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและช่วยเหลือ

ทั้งนี้ กทม. จะดำเนินการภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 ขณะที่ พม. เป็นหน่วยงานหลักด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง ตาม พ.ร.บ. การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557

• แบ่ง 4 ชุดปฏิบัติการ ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย

ชุดที่ 1 ถนนราชดำเนินกลาง
ตั้งแต่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ถึงโรงแรมรัตนโกสินทร์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนน โดยสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเป็นแกนนำ ร่วมกับเทศกิจ กองทัพภาคที่ 1 ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย และ พม. ลงพื้นที่สำรวจและเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่จุดคัดกรอง

ชุดที่ 2 ตรอกสาเก – ถนนโบราณศาสตร์
สำนักงานเขตพระนครเป็นแกนนำ ร่วมกับเทศกิจ กองทัพภาคที่ 1 ตำรวจ สน.ชนะสงคราม กระทรวงมหาดไทย และ พม. ลงพื้นที่สำรวจ พูดคุย และเชิญชวนคนไร้ที่พึ่งเข้าสู่บริการช่วยเหลือ

ชุดที่ 3 ถนนอัษฎางค์
ตั้งแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์ถึงกระทรวงมหาดไทย โดยสำนักเทศกิจเป็นแกนนำ ร่วมกับสำนักกิจการพลเรือน สำนักนโยบายและแผนกลาโหม ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และ สน.สำราญราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย และ พม. พร้อมประสานกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่คาบเกี่ยวของสถานีตำรวจทั้งสองแห่ง

ชุดที่ 4 พระแม่ธรณีบีบมวยผม – ศาลฎีกา
สำนักงานเขตพระนครเป็นแกนนำ ร่วมกับเทศกิจ สำนักกิจการพลเรือน สำนักนโยบายและแผนกลาโหม ตำรวจ สน.ชนะสงคราม กระทรวงมหาดไทย และ พม. ลงพื้นที่สำรวจและเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบการดูแล

• ลงพื้นที่วันละ 3 รอบ ทุกวัน ทั้ง 4 ชุดเริ่มปฏิบัติการพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 69 โดยลงพื้นที่วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 18.00 น. 20.00 น. และ 22.00 น. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ สามารถปรับเวลาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ได้
ยึดความสมัครใจ นำเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ

สำหรับผู้ที่สมัครใจเข้ารับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกและนำเข้าสู่ “ศูนย์ลงทะเบียน คัดกรอง ส่งต่อฯ” เพื่อให้ พม. คัดกรองและจัดบริการตามความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ยังไม่สมัครใจหรือมีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จะพูดคุย ชี้แจงสิทธิและบริการ โดยมี พม. ให้คำแนะนำด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือ

• ผลการปฏิบัติการวันแรก  มีผู้สมัครใจลงทะเบียนเข้าสู่ระบบรวม 51 คน แบ่งเป็นชาย 39 คน และหญิง 12 คน ในจำนวนนี้ส่งต่อเข้าพักที่ “บ้านอิ่มใจ” จำนวน 12 คน เป็นชาย 11 คน และหญิง 1 คน ส่วนที่เหลือได้รับคำปรึกษาและการประเมินเบื้องต้นจากทีมแพทย์ พยาบาล และทีม MCATT เพื่อวางแนวทางการดูแลและให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม

เป้าหมายสำคัญของการดำเนินงาน คือการนำผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบบริการ และเชื่อมโยงการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมี “บ้านอิ่มใจ” เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญสำหรับการพักพิงและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

• พม. จัดทีมคัดกรอง–ช่วยเหลือ ครบทุกกลุ่ม พม. จัดเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 คน ประจำทั้งชุดปฏิบัติการและจุดคัดกรอง จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อดูแลคนไร้ที่พึ่ง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง โดยเน้นการเชิญชวนอย่างละมุนละม่อม คำนึงถึงสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

• ตำรวจ–ทหาร–อส. ดูแลความปลอดภัย ในขณะที่เทศกิจและ พม. เป็นกำลังหลักในการพูดคุยและเชิญชวนเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ หากพบพฤติกรรมหรือสถานการณ์ผิดปกติ จะประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรง

• ผนึกกำลังทีมแพทย์–สาธารณสุข ดูแลสุขภาพกายและใจ สำนักการแพทย์ โดยโรงพยาบาลกลาง ร่วมกับสำนักอนามัยและทีม MCATT ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ ตั้งแต่การคัดกรองและดูแลเบื้องต้น ไปจนถึงการประสานส่งต่อโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน พร้อมเชื่อมโยงการดูแลกับ พม. และโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและครบถ้วน