ECON & BIZ
EECO จับมือ6ภาคีเครือข่ายเซ็นเอ็มโอยู 'EEC Connect'เชื่อมโยงลงทุนสู่ชุมชน
ชลบุรี-EECO จับมือร่วม 6 ภาคีเครือข่ายลงนาม MOU "EEC Connect" เดินหน้าเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ชวนร่วมงาน EEC Sustainability Expo 2026 สร้างโอกาสยกระดับพื้นที่และชุมชนอีอีซี ที่กำลังจะมีขึ้นที่ จ.ระยอง 12-13 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาศตะวันออก(สกพอ.) หรือ EECO พร้อมผู้บริหารระดับสูงจาก 6 หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในพื้นที่ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้ โครงการเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องแปซิฟิก 1-2 โรงแรมอมารี บางแสน จ.ชลบุรี

โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ภายใต้จุดประสงค์สำคัญเพื่อบูรณาการความร่วมมือพัฒนาในการพัฒนาพื้นที่ครอบคลุมทั้งมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ
อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมการจัดงาน EEC Sustainability Expo 2026 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่ชุมชน ผสานพลังพันธมิตร สร้างโอกาสการเติบโต พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเข้ม แข็ง สร้างสิ่งแวดล้อมสมดุลและยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งงานดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย.นี้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ภายได้แนวคิด "EEC Connect to Sustainability"
งานดังกล่าวยังจะเป็นการสร้างการรับรู้และนำเสนอผลการดำเนินงานจากการพัฒนาพื้นที่และชุมชนของ สกพอ.และยังเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอสินค้า บริการ และศักยภาพของตนเอง พร้อมเชื่อมต่อกับภาคธรกิจ ผู้บริโภค และภาคีเครือช่ายที่สามารถต่อย่อยอดไปสู่ความร่วมมือและโอกาสทางการตลาดในอนาคต

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญขับเคลื่อนโครงการ EEC Connect เพื่อให้การลงทุนในภาคธุรกิจเชื่อมโยงสร้างโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำหรับประชาชนและชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งสะท้อนให้นักลงทุนได้รับรู้ถึงคุณค่าศักยภาพของสินค้าเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาองค์ความรู้ของชุมชน สามารถส่งต่อเชื่อมโยงสู่ระบบบนิเวศจากการประกอบกิจการของนักลงทุนที่เข้ามาในพื้นที่
และยังเป็นการสร้างประโยชน์และรายได้ที่มั่นคงขึ้น สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือตาม MOU ดังกล่าวครอบคลุมใน 3 มิติ ได้แก่
1.) ด้านสังคม EECO ลงนามความร่วมมือกับ ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต สร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เส้นทางการแนะแนวอาชีพและเข้าสู่ตลาดงานได้อย่างเท่าเทียม โดยเชื่อมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ภาคีเครือข่าย และภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถร่วมกันพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิต
2.)ด้านสิ่งแวดล้อม EECO ลงนามความร่วมมือกับ หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทาง การลลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งเป้าการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบคาร์บอนต่ำ (EEC Low Carbon School) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการขยะในพื้นที่และชุมชนเป็นต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถขยายผลไปสู่การพัฒนาพื้นที่ชุมชนต่อไป อีกทั้งยังเป็นการสร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่
3.) ด้านเศรษฐกิจ EECO ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท สยามสินธร จำกัด และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีระยอง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด (ร้านรักระะยอง) เพื่อเชื่อมโยงสินค้าและบริการของชุมชนสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย พร้อมสร้างโอกาสในการจำหน่ายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนร่วมกับภาคาคเอกชน และนักลงทุนทั้งในและนอกพื้นที่ EEC
โดยความร่วมมือทั้ง 3 มิติมีเป้าหมายร่วมกัน คือ สร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนและชุมชนเป็นส่วนหนึ่งต่อการพัฒนาพื้นที่ และได้รับประโยชน์จากการลงทุน

ที่สำคัญการลงนามฯ ในครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดทิศทางบทบาท และความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชน ผ่านโครงการ EEC Connect ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยมโยงประโยชน์การลงทุนสู่ชุมชน และเป็นต้นแบบความร่วมมือที่ชุมชนสามารถสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ EEC ต่อไป
ภายในงาน ฯ ยังจัดการเสวนาพิเศษหัวข้อ "EEC Connect เชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่ชุมชนอย่างยังยืน" โดยมีผู้แทนจากภาคีเครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางและผลการดำเนินงานทั้ง 3 มิติ คลอบคลุม การพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ การต่อยอดโรงเรียนต้นแบบคาร์บอนต่ำสู่การขยายผลในชมชมชนอย่างยั่งยืน
และการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างชุมชนกับภาคธุรกิจ พร้อมนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ EEC Connect ในระยะต่อไป
โจ ลำน้ำปิง/รายงาน
