SUSTAINABILITY
รองผวจ.ปราจีนฯลุยเองแก้ปัญหาน้ำเสีย เขตอุตฯ304ชี้เดือดร้อนชาวบ้านรอไม่ได้
ปราจีนบุรี – เกิดเหตุน้ำเสียลักลอบปล่อยลงลำรางสาธารณะในเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 สร้างความเดือดร้อนรำคาญจากกลิ่นเหม็นรุนแรงแก่ประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด นำกำลังฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีในวันหยุด พร้อมออก 5 มาตรการด่วน บังคับเขตอุตสาหกรรมเร่งสูบน้ำเสียกลับไปบำบัด และใช้อำนาจกฎหมายสาธารณสุขดำเนินคดี

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบหมายจาก นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นำคณะทำงานประกอบด้วย นายอำเภอศรีมหาโพธิ, นายก อบต.หัวหว้า, รองนายก อบต.ศรีมหาโพธิ, กำนันตำบลศรีมหาโพธิ, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.ศรีมหาโพธิ และผู้แทนเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 เข้าตรวจสอบบริเวณลำราง อ่างเก็บน้ำ และแอ่งน้ำภายในพื้นที่รับผิดชอบของเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 หมู่ 12 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบน้ำเสียลักษณะสีดำเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ไหลนองไปตามลำรางระบายน้ำและแอ่งน้ำส่วนกลาง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจแพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิต และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นวงกว้าง

ต่อมาเวลา 22.30 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เปิดเผยรายละเอียดถึงสภาพปัญหาว่า"การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับรายงานด่วนจากกำนันในพื้นที่ แม้จะเป็นวันหยุดราชการแต่ก็ต้องรีบออกไปตรวจสอบทันที เพราะเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านจะบอกว่าเป็นวันหยุดแล้วรอไว้ก่อนไม่ได้ เป็นหน้าที่ของราชการที่ต้องเร่งลงไปดูแลแก้ไข
จากการลงพื้นที่จริงพบว่า มีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลักษณะสีดำและมีกลิ่นเหม็นมาก ไหลลงมาตามรางระบายน้ำส่วนกลางของเขตอุตสาหกรรม 304 และมีการขุดร่องให้น้ำไหลไปเรื่อย เดิมทีน้ำเสียเหล่านี้จะต้องถูกส่งผ่านท่อรับน้ำเสียเฉพาะของโรงงาน เพื่อนำไปเข้าบ่อบำบัดน้ำเสียกลางของเขตอุตสาหกรรม แต่น้ำเสียกลับถูกปล่อยออกมาลงรางระบายน้ำปกติ ซึ่งเป็นรางสำหรับน้ำฝนหรือน้ำทั่วไป ส่งผลให้น้ำเน่าเสียสะสมจนชาวบ้านในพื้นที่ถ่ายภาพและร้องเรียนเข้ามา"
เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการในที่ประชุมทันที 5 มาตรการเฉียบขาด สั่งการแก้ไขด่วนดังนี้
• สั่งเขตอุตสาหกรรม 304 แก้ไขทันที: ให้ผู้แทนเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 เร่งสูบน้ำเสียทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียกลางให้ถูกต้องตามมาตรฐานโดยเร็วที่สุด ซึ่งทางผู้แทนฯ ได้รับปากเร่งแจ้งผู้บริหารและดำเนินการทันที
• บังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข: มอบหมายให้ อบต.ศรีมหาโพธิ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อเอาผิดและควบคุมสุขลักษณะ
• จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง: กำชับให้นายอำเภอศรีมหาโพธิ, อบต.ศรีมหาโพธิ และ อบต.หัวหว้า จัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตาม สอดส่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสียอย่างใกล้ชิดไม่ให้เล็ดลอดออกสู่ภายนอก
• ตรวจสอบระบบบำบัดโรงงานต้นเหตุ: สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานต่าง ๆ ภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 อย่างละเอียดและเร่งด่วน
• เรียกประชุมติดตามผล: สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี จัดประชุมเชิญผู้แทนเขตประกอบการอุตสาหกรรม 304 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามผลการแก้ไขปัญหาและวางแนวทางป้องกันในระยะยาวโดยเร็ว
เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยอุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมเตรียมสรุปรายงานผลการบำบัดน้ำเสียและมาตรการป้องกันต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ/ ปราจีนบุรี
