ECON & BIZ

กรมทรัพย์สินฯร่วมมืออาเซียน-นานาชาติ ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สากล



กรุงเทพฯ-นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า ในการประชุมคณะทำงานว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน (ASEAN Working Group on Intellectual Property Cooperation: AWGIPC) ครั้งที่ 79 กรมฯ ได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์กับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ในการผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค โดยกรมฯ ได้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการสนับสนุนนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน นักประเมินมูลค่า ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่การสร้างมูลค่าและการเติบโตทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

​นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน ปี พ.ศ. 2569 – 2573 (ASEAN IPR Action Plan 2026 – 2030) โดยประเทศสมาชิกอาเซียนได้มุ่งเน้นภารกิจสำคัญในการพัฒนาระบบคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดสิทธิ การส่งเสริมการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อใช้เป็นหลักประกันทางการเงิน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับระบบจดทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ โดยมีสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาคู่ภาคีของอาเซียนพร้อมร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของไทย กรมฯ จะเดินหน้าประสานความร่วมมือ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติกับหน่วยงานพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเทคโนโลยีและเทคนิคกระบวนงานมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่า เข้าถึงแหล่งทุน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะ ได้ร่วมประชุมหารือทวิภาคีกับ Mr. KASAI Yasuyuki หัวหน้าสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (Japan Patent Office: JPO) เกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตรผ่านโครงการนำร่องการสืบค้นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว (Prior Art Search Project) กับ JPO ซึ่งจะช่วยลดภาระงานค้างสะสมและเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตร ส่งผลให้ผู้ยื่นคำขอได้รับผลการพิจารณารวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังผลักดันความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงาน เพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกฯ (Hague Agreement) ของไทย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการขยายตลาดและสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เข้าร่วมงานเสวนา Global Forum on IP ภายในงาน IP Week 2026 ซึ่งจัดโดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Intellectual Property Office of Singapore: IPOS) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก ร่วมกับผู้นำภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักวิจัย นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI ในการตรวจสอบคำขอ การบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) และการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งกรมฯ ตั้งเป้าจะนำแนวปฏิบัติดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานบริการ ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลจากการขับเคลื่อนภารกิจในระดับสากลครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในด้านการพัฒนางานบริการ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และการคุ้มครองสิทธิในต่างประเทศเพื่อมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกในระยะยาว