BANGKOK

กทม.ดึงทุกภาคส่วนขับเคลื่อนบ้านอิ่มใจ ช่วยคนไร้ที่พึ่งดูแลสุขภาพกายใจ



กรุงเทพฯ-(1 ก.ย. 69) เวลา 15.30 น. นายธีรวีร์ วีรวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. นำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทีม MCATT สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย กรมการจัดหางาน ทีมสุขภาวะข้างถนน บริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด มูลนิธิ Bangkok Community Help และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ร่วมตรวจคัดกรองและให้ความช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง ณ บ้านอิ่มใจ บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลืออย่างรอบด้านและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การคัดกรองและประเมินปัญหา การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ตลอดจนการฟื้นฟูและพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งสามารถพึ่งพาตนเอง และกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง

รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า บ้านอิ่มใจ เป็นบ้านพักชั่วคราวสำหรับคนไร้ที่พึ่งในกรุงเทพมหานคร เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต การดำรงชีวิต และเศรษฐกิจ โดยผู้ที่พร้อมเข้าสู่การพัฒนาทักษะ จะได้รับการฝึกอาชีพตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ตัดผม ทำอาหารและเครื่องดื่ม ตัดเย็บเสื้อผ้า งานช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ และงานร้านอาหาร หลักสูตรการอบรมใช้เวลาประมาณ 5 วัน พร้อมมอบวุฒิบัตร และประสานผู้ประกอบการเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผ่านการอบรมเข้าทำงาน รวมถึงเตรียมหาแนวทางให้สามารถเข้าทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร เช่น งานด้านสิ่งแวดล้อมและงานดูแลสวนสาธารณะ เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่การฝึกอาชีพจากข้อจำกัดด้านสุขภาพหรืออยู่ระหว่างการตั้งหลัก บ้านอิ่มใจจะให้ที่พักพิงระยะสั้น พร้อมช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น การทำบัตรประชาชน การตรวจสุขภาพ การประสานกลับภูมิลำเนา และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงาน ขณะที่ผู้มีปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต จิตเวช หรือยาเสพติด จะได้รับการประเมินและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลคุ้มครอง จะประสานส่งต่อไปยังสถานคุ้มครองหรือสถานสงเคราะห์ตามความจำเป็น

ปัจจุบันมีผู้เข้าพักภายในบ้านอิ่มใจกว่า 100 คน ขณะเดียวกันยังมีคนไร้ที่พึ่งอีกกว่า 100 คนที่อยู่ภายนอกและยังไม่พร้อมเข้าสู่ระบบ สำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับสำนักงานเขต ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ค้นหา คัดกรอง และเชิญชวนเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือที่เหมาะสม โดยพื้นที่ที่พบคนไร้ที่พึ่งจำนวนมาก ได้แก่ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางรัก และเขตปทุมวัน ด้านการดูแลสุขภาพ จะมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด และตรวจสุขภาพเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะเป็นเวลานาน เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องเข้าสู่สถานสงเคราะห์ ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจะได้รับการรักษาและฟื้นฟู ก่อนเข้าสู่กระบวนการสร้างอาชีพหรือกลับคืนสู่สังคม

“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เนื่องจากคนไร้ที่พึ่งจำนวนหนึ่งเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ ความไม่มั่นคงในชีวิต ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสุขภาพ การช่วยเหลือจึงเน้นการแก้ไขปัญหาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เพียงการจัดหาที่พัก แต่ต้องสร้างโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ จากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้คนไร้ที่พึ่งมีที่พักพิง ได้รับการดูแลสุขภาพ มีทักษะและรายได้ สามารถตั้งหลักและเก็บออม ตลอดจนสร้างความหวังและความมั่นคงในชีวิต อันจะนำไปสู่การกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน” รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวในตอนท้าย