ECON & BIZ
'เอกนัฏ'รับโจทย์ความต้องการไฟฟ้าไทย เร่งวางโครงสร้างรับมือการลงทุน
กรุงเทพฯ-วันนี้ (2 กันยายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การใช้พลังงานที่เติบโตในทุกภาคส่วน ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังทรานส์ฟอร์มประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ซึ่งกระทรวงพลังงานประเมินว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงเป็นอย่างมาก
โดยนอกจากการพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ และสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภาคพลังงานยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ การพิจารณาต้นทุนการขยายโครงข่าย ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ตลอดจนการบริหารผลกระทบต่อทรัพยากรและผู้ใช้ไฟฟ้าภายในประเทศ เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด โดยไม่กระทบต่อต้นทุนและทรัพยากรของภาคประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน จึงเร่งดำเนินการในหลายด้าน ทั้งการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง การส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้วางกลไกกำกับการพัฒนาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางพลังงานและการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม
นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมภายในประเทศแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการใช้พลังงานในอนาคต โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากนานาประเทศ โดยงานดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากภาคพลังงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ ครอบคลุมทั้งรัฐมนตรี ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้นำด้านเทคโนโลยี และผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยจะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมพลังงานโลก ตั้งแต่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบไฟฟ้า ไฮโดรเจน ก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึง AI เพื่อภาคพลังงาน
“การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกำลังทำให้โจทย์ด้านพลังงานซับซ้อนขึ้น ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ Gastech 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยให้ประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการลงทุน ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคพลังงานจากทั่วโลก เพื่อนำมาต่อยอดการพัฒนาระบบพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นายเอกนัฏ กล่าว
