LIFE STYLE
BEING Thailand 2026ชี้โรงแรมพัฒนาสู่ เวลเนสให้มากกว่าแค่สปา
ภูเก็ต ประเทศไทย-Hotels are expanding wellness beyond spas and dedicated retreats as younger travellers seek health, fitness, food and social experiences that can be integrated into a luxury stay, according to executives from leading wellness and hospitality brands. โรงแรมต่าง ๆ กำลังขยายแนวคิดด้านเวลเนสให้ครอบคลุมมากกว่าแค่สปาและรีทรีตเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ เนื่องจากนักเดินทางรุ่นใหม่มองหาประสบการณ์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย อาหาร และการเข้าสังคม ที่สามารถผสานเข้ากับการเข้าพักในโรงแรมระดับลักชัวรีได้อย่างลงตัว ตามมุมมองของผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเวลเนสและการบริการ
Ingo Schweder ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOCO Hospitality และกรรมการผู้จัดการของ Horwath HTL Health & Wellness กล่าวภายในงาน BEING Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่การตามเทรนด์ที่มักมีทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด คำว่า ‘เทรนด์’ หมายถึงสิ่งที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป ดังนั้น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ควรเลือกทำอะไรที่เป็นเพียงกระแสระยะสั้น” Ingo Schweder ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOCO Hospitality และกรรมการผู้จัดการของ Horwath HTL Health & Wellness กล่าวภายในงาน BEING Thailand 2026 ที่ภูเก็ต
Ingo กล่าวว่า แนวคิดด้านเวลเนสที่กำลังได้รับความสนใจ เช่น การแช่น้ำเย็น (Ice Bath) และการบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing) สามารถช่วยขยายตลาดเวลเนสได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักและทดลองประสบการณ์ด้านสุขภาพในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ให้บริการด้านเวลเนสที่มีความเชี่ยวชาญในอนาคต
ความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิด Immersive Wellness ซึ่งผู้เข้าพักเลือกพักในรีสอร์ตด้านเวลเนสโดยเฉพาะเพื่อดูแลสุขภาพตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไปสู่รูปแบบที่ผสมผสานเวลเนสให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพักในโรงแรมโดยรวม
Jael Fischer หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Six Senses กล่าวว่า “ที่ Six Senses แขกสามารถเลือกรูปแบบการดูแลสุขภาพได้ตามความต้องการ ตั้งแต่โปรแกรมเวลเนสแบบเต็มรูปแบบ ไปจนถึงการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กิจกรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืน กิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งทั้งหมดสามารถผสานเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าพักได้อย่างลงตัว”
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อยลง โดย Ingo กล่าวว่า กลุ่มมิลเลนเนียลมีสัดส่วนถึง 41% ของการใช้จ่ายด้านเวลเนสทั่วโลก ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น
ความต้องการดังกล่าวกำลังส่งผลต่อการพัฒนาโรงแรมด้วยเช่นกัน Ingo กล่าวว่า จากเดิมที่พื้นที่สำหรับบริการด้านเวลเนสในโรงแรมมีขนาดเพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตร ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ตระดับไฮเอนด์หลายแห่งเริ่มขยายพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลายพันตารางเมตร เพื่อรองรับกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และเวลเนสที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น
