SUSTAINABILITY
ผวา!ซุกกากขยะพิษมหึมาสูงเท่าตึก2ชั้น กลางไร่อ้อยกบินทร์บุรีเอาขี่ไก่อำพราง
ปราจีนบุรี-ชาวบ้านและชุดผลักดันช้างป่าตะลึง! เจอกองขยะอุตสาหกรรมขนาดมหึมาซุกซ่อนกลางไร่อ้อยเขตรอยต่อกบินทร์บุรี แยบยลใช้ขี้ไก่แกลบกลบอำพรางตา พอมรสุมฝนชะล้าง เผยไส้ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟบดป่น ซ้ำแอบเอาเครื่องจักรโรยใส่ต้นอ้อย แถมน้ำสีแดงไหลซึมลงดิน หวั่นมลพิษกระจาย ผู้นำท้องถิ่นจี้อุตสาหกรรมจังหวัดเร่งลากตัวการรับผิดชอบและความคืบหน้ากรณีพบบรรดาขยะอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บดป่นสูงเทียมตึก 2 ชั้น แอบทิ้งกลางไร่อ้อย อ.กบินทร์บุรี โดยใช้วิธีนำ "ขี้ไก่แกลบ" มาเททับฉาบหน้า ตบตาว่าเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ล่าสุดจังหวัดปราจีนบุรีสั่งการเร่งขนย้ายออกจากพื้นที่ด่วน พร้อมส่งตัวอย่างดินตรวจแล็บหาสารเคมีอันตรายแล้ว
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งจากอาสาสมัครชุดผลักดันช้างป่า ต.เขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี ว่าพบกองขยะอุตสาหกรรมขนาดมหึมา สูงเทียมตึก 2 ชั้น รูปร่างคล้ายช้างตัวใหญ่ ถูกนำมาแอบทิ้งไว้กลางไร่อ้อยของเถ้าแก่รายหนึ่ง บริเวณเขตรอยต่อพื้นที่ ต.ลาดตะเคียน และ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับผู้นำท้องถิ่น พบภาพน่าตกตะลึง กองขยะดังกล่าวถูกนำ "ขี้ไก่แกลบ" มาเททับทับซ้อนด้านบนเพื่ออำพรางสายตา ทว่าเมื่อฝนตกชะล้างขี้ไก่ออก กลับเผยให้เห็นชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ เปลือกสายไฟบดป่น และเศษพลาสติกซุกซ่อนอยู่แน่นเอียด นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการใช้เครื่องจักรกลหนักตักขยะดังกล่าวไปโรยรอบต้นอ้อยที่กำลังเริ่มตั้งต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ซ้ำร้ายยังพบน้ำสีแดงชวนผวาไหลซึมเป็นทางยาวเข้าสู่พื้นที่ไร่อ้อยอย่างน่ากลัว
เบื้องต้นทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว (อบต.) ได้มอบหมายให้รองนายก อบต. พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการจับกุมหรือยึดของกลางได้ เนื่องจากต้องรอทางอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เข้ามากวาดเก็บตัวอย่างเศษดินและขยะไปตรวจวิเคราะห์พิสูจน์สารตกค้างอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทางด้าน นายเนาว์ โทบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เขาไม้แก้ว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชุดผลักดันช้างป่าจึงลงมาดู ตอนแรกเห็นเป็นเพียงกองขี้ไก่แกลบ แต่ข้างในกลับซุกซ่อนขยะโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งสายไฟและพลาสติกแน่นไปหมด พอน้ำฝนชะขี้ไก่ออกก็เห็นชัดเจน แถมยังมีการนำไปเทกระจายในแปลงอ้อยข้างเคียง จึงอยากฝากให้ อบต.เขาไม้แก้ว และฝ่ายสาธารณสุข เร่งทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา
ขณะที่ นายสมภพ ปราตรัย กำนันตำบลเขาไม้แก้ว กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์สร้างปัญหาอย่างหนัก บางแห่งอ้างว่าเป็นปุ๋ย ตนจึงสั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านสอดส่องรถต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด ยิ่งมาเห็นสภาพกองขยะฉาบหน้าด้วยขี้ไก่ในวันนี้ ยิ่งกังวลว่าจะแอบแฝงสารเคมีอันตราย ซึ่งนายอำเภอและผู้ใหญ่ได้กำชับให้เร่งตรวจสอบ เพราะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง
รองผวจ.ปราจีนฯลุยตรวจสอบสั่งย้ายด่วนตบตาเอา'ขี้ไก่แกลบ'กลบหน้า

ล่าสุดเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีลักลอบทิ้งเศษสายไฟและกากขยะอิเล็กทรอนิกส์กองมหึมาในไร่อ้อย ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยฉาบหน้าด้วยขี้ไก่แกลบเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนด้านในปนด้วยสายไฟบดและกากขยะอุตสาหกรรม ซ้ำยังใช้เครื่องจักรหนักโรยเศษสายไฟกระจายทั่วแปลงไร่อ้อยเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบกองวัสดุต้องสงสัย จากการสำรวจพบคราบสีดำปรากฏบนเศษวัสดุที่สัมผัสกับน้ำ และมีการนำเศษสายไฟบดป่นไปโรยกระจายทั่วแปลงไร่อ้อยใกล้เคียง

ขณะเดียวกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ได้เก็บตัวอย่างดินจำนวน 5 จุด ทั้งบริเวณกองขี้ไก่ พื้นที่ป่ายูคาลิปตัส และปากทางเข้าพื้นที่ เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด โดย รอง ผวจ. สั่งการให้ อบต.เขาไม้แก้ว ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข เร่งจัดการนำวัสดุทั้งหมดออกจากพื้นที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดที่ถูกต้องทันที
รูปการณ์ครั้งนี้นับเป็นแทกติกใหม่ของขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษ จากเดิมที่เคยนำเศษสายไฟบดอัดไปตระเวนทิ้งในหลายจุดของ อ.กบินทร์บุรี เช่น ต.หาดนางแก้ว และ ต.วังท่าช้าง ซึ่งเป็นเส้นทางหากินของโขลงช้างป่าเขาอ่างฤาไน รวมถึงการแอบทิ้งในป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ ป่าในพระราชดำริ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบมาเป็น "การเทขี้ไก่แกลบกลบหน้า" เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และอ้างว่าเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทั้งที่ไส้ในซุกซ่อนขยะอุตสาหกรรมปนเปื้อน
ล่าสุดเวลา 20.00 น. นายสุนทร คมคาย (เกษตรแหลม) ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ตนเองได้ลงพื้นที่คุ้ยเช็ดผิวกองขี้ไก่ เผยให้เห็นเศษสายไฟบดป่นแน่นเอียดอยู่ภายใน พร้อมนำสื่อมวลชนเดินสำรวจแปลงไร่อ้อยกว่า 1,000 ไร่ ที่พบการใช้เครื่องจักรหนักโรยขยะพิษปะปนกับต้นอ้อยอย่างน่าตกใจ\
กลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้สอบสวนขยายผลถึงเถ้าแก่เจ้าของที่ดินและโรงงานต้นทาง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า ชาวปราจีนบุรีจะไม่ยอมทนให้พื้นที่เกษตรกรรมและผืนป่าธรรมชาติกลายเป็นที่รองรับขยะอุตสาหกรรม หรือถังขยะโลกของกลุ่มทุนมืดอีกต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี
