THAILAND

สุวัจน์นำทีมร่วมงานซิกโกวโคราชทิ้งทาน 1หมื่นชุดสะท้อนศก.ฐานรากยังลำบาก



นครราชสีมา-สุวัจน์ นำทีมร่วมงานซิกโกวโคราช ประธานทิ้งทาน 1 หมื่นชุด สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากยังลำบาก จี้รัฐเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน(หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานประเพณีทิ้งทาน (ซิกโกว) ประจำปี 2569 โดยมี นายกิตติศาสตร์ ลิ้มประยูรสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิสว่างกู้ภัยเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา นายศิวัช เตียเจริญวรรธน์ รองประธานมูลนิธิและหัวหน้าหน่วยกู้ภัย และนายมงคล สธนเสาวภาคย์ ประธานจัดงาน ให้การต้อนรับ ท่ามกลางประชาชนกว่า 10,000 คน ที่เดินทางมารอรับสิ่งของช่วยเหลือ

ประเพณีทิ้งทาน หรือ “ซิกโกว” เป็นกิจกรรมทำบุญอุทิศส่วนกุศลและแบ่งปันสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ได้รับความเดือดร้อน และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ โดยปีนี้มูลนิธิเตรียมถุงยังชีพประมาณ 10,000 ชุด ภายในบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา พ่อค้า คหบดี และคณะกรรมการมูลนิธิ
มูลนิธิยังได้ประสานจังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา และเทศบาลในพื้นที่โดยรอบ เพื่อประชาสัมพันธ์และจัดสรรคูปองให้ประชาชน ทำให้การแจกจ่ายเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นระเบียบ ขณะที่ฝ่ายกู้ชีพกู้ภัยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ พนักงาน และอาสาสมัครเกือบ 200 นาย ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดงาน

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การที่ปีนี้มีประชาชนเดินทางมารับสิ่งของมากถึงประมาณ 10,000 คน และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในอดีตที่มีเพียงหลักพันคน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากในต่างจังหวัด จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงสินเชื่อและแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น

“งานวันนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน เพราะคนมารับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงมาตรการชั่วคราว แต่ต้องมีแผนระยะยาว 5-10 ปี ที่ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาบริหารประเทศ” นายสุวัจน์ กล่าว

อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับต่ำมานาน ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจมีภาระหนี้สูง ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญการแข่งขันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งด้านการศึกษา อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการสนับสนุนเอสเอ็มอี

นายสุวัจน์ ยังกล่าวถึงมาตรการ “ไทยช่วยไทย” ว่า เป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวได้ในระยะสั้น แต่รัฐบาลควรมีมาตรการระยะยาวควบคู่กัน โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริง และการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อนำไปประคับประคองกิจการและรักษาการจ้างงาน
“มาตรการเฉพาะหน้าก็ต้องช่วยกันไปก่อน แต่สิ่งสำคัญคือมาตรการที่เข้มแข็งและยั่งยืน ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ตรงกับปัญหา เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากวงจรความยากจนและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในระยะยาว” นายสุวัจน์ กล่าว