IN NEWS
นายกฯย้ำไทย-จีน'พี่น้อง'สู่หุ้นส่วนอนาคต เชื่อมคนรุ่นใหม่–ธุรกิจ–เทคโนโลยี
กรุงเทพฯ-นายกฯ “อนุทิน” เปิดงาน 60 ปี ชมรม 9 สมาคมจีน ย้ำไทย–จีน “พี่น้อง” สู่ “หุ้นส่วนสร้างอนาคต” เชื่อมคนรุ่นใหม่–ธุรกิจ–เทคโนโลยี
วันที่ (6 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมจือปิงติ้ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีน โดยมีนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายสมชาย เวชากร ประธานชมรม 9 สมาคมจีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คณะกรรมการหอการค้าไทย–จีน นายกสมาคมชาวจีนเชื้อสายต่าง ๆ ในประเทศไทย และคณะผู้บริหารชมรมฯ เข้าร่วมงาน

ก่อนเริ่มงาน นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นได้ยืนตรงเคารพเพลงชาติไทยและเพลงชาติจีน พร้อมรับชมการเชิดสิงโต และวีดิทัศน์ภาพรวม 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การครบรอบ 60 ปี สะท้อนความผูกพันที่ยาวนาน โดยตลอด 6 ทศวรรษ ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประเทศไทย ทั้งการสร้างธุรกิจ สร้างงาน ช่วยเหลือสังคม และเชื่อมโยงประชาชนไทยกับประชาชนจีน ขณะเดียวกัน พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนยังรักษาภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับประเทศจีนไว้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นทุนทางสังคมที่สามารถต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–จีนไปสู่โอกาสใหม่

โดยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง รวมถึงภาคธุรกิจและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน สิ่งที่เห็นชัดคือ จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทย และมองไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินหน้าไปด้วยกัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงสายสัมพันธ์ไทย–จีนว่า “ไทย–จีน ครอบครัวเดียวกัน” และจีนเป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจและพึ่งพาได้ของไทย” และขอให้ประเทศไทยคิดว่าจีนเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด สะท้อนทั้งความผูกพันในอดีตและความมุ่งหมายที่จะสร้างอนาคตร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อนาคตของความสัมพันธ์ไทย–จีนคือการเติบโตไปด้วยกันในโลกเศรษฐกิจใหม่ ทั้งการค้า การลงทุน AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเดินหน้าความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ผ่านการลงนาม MOU 15 ฉบับ และเปิดสำนักงาน BOI ที่นครเฉิงตู เพื่อเชื่อมไทยกับจีนตะวันตกในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ AI หุ่นยนต์ ยานยนต์ และพลังงานสะอาด โดยมองว่าสำนักงานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสำนักงาน แต่เป็น “ประตู” เชื่อมโอกาสระหว่างไทยกับจีน และเป็นพื้นที่ให้เครือข่ายชมรม 9 สมาคมจีนเข้ามามีบทบาท
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตลอด 60 ปี ชมรม 9 สมาคมจีนทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้คน วัฒนธรรม และมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน และใน 60 ปีข้างหน้า อยากเห็นสะพานแห่งนี้เชื่อมถึงคนรุ่นใหม่ ธุรกิจใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และโอกาสใหม่ ๆ โดยอยากให้ลูกหลานไทยรู้จักจีนไม่เพียงในฐานะแผ่นดินของบรรพบุรุษ แต่เป็นหนึ่งในพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ขณะเดียวกัน อยากเห็นคนจีนรุ่นใหม่มองประเทศไทยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน สร้างธุรกิจ สร้างนวัตกรรม และสร้างอนาคตร่วมกันได้
“รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตูและสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และต้องการพลังจากทุกท่านมาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนไทยและจีน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ในโอกาสครบรอบ 60 ปี นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคนรุ่นก่อนที่ร่วมสร้างสะพานแห่งมิตรภาพไทย–จีน พร้อมฝากคนรุ่นปัจจุบันร่วมกันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่โอกาสใหม่ เพื่อให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “จีน–ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เป็นความจริงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายชั่วอายุคน และจากนี้ควรเพิ่มความหมายว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน แต่เป็น “หุ้นส่วนที่กำลังสร้างอนาคตร่วมกัน” พร้อมขอให้มิตรภาพไทย–จีนและความผูกพันระหว่างประชาชนของสองประเทศเจริญงอกงาม มั่นคง และนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป
