LEARNING
วิสัยทัศน์Water Smart Communities เน้นการสื่อสารรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง
กรุงเทพฯ-“ยศชนัน” ชูวิสัยทัศน์ “Water Smart Communities” บนเวที “Water Resilience Forum”เดินหน้าบูรณาการข้อมูล เน้นสื่อสารเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งผสานวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นจัดการน้ำอย่างยืน ...
เมื่อเร็วๆนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาในหัวข้อ “วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคตของ Water Smart Communities” ภายในงาน Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 ปี 2026 ภายใต้แนวคิด “WATER SMART COMMUNITIES – คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต” ซึ่งจัดโดย ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายพันธมิตร โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประธานศูนย์กันก่อนท่วม คณาจารย์ นิสิต และนักเรียน ตลอดจนผู้นำชุมชนขากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วม ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยล่วงหน้า โดยตนได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด ภายใต้รูปแบบการทำงานแบบ Single Command ที่ลงพื้นที่จริงเพื่อสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์หลัก โดยบทบาทของส่วนกลางคือการคอยเชื่อมโยงและระดมความช่วยเหลือ ทั้งกำลังทหาร เครื่องจักรกล และบุคลากรข้ามกระทรวงหรือข้ามจังหวัดในกรณีที่พื้นที่ไม่สามารถระดมกำลังได้ทัน พร้อมทั้งบูรณาการข้อมูลร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน เพื่อให้การปฏิบัติงานและการแจ้งเตือนประชาชนมีประสิทธิภาพสูงสุด
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สิ่งสำคัญที่สุดในวันแรกคือเรื่องอาหารและการเข้าถึงพื้นที่ ทั้งนี้ การกระจายความช่วยเหลือจึงต้องอาศัยเครือข่ายจิตอาสา มูลนิธิ และผู้นำชุมชนในการตั้งโรงครัวและนำเรือออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในส่วนของการเยียวยาฟื้นฟู รัฐบาลได้เร่งอนุมัติงบกลางและกำหนดมาตรฐานการช่วยเหลือที่ชัดเจน เช่น การสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้าน รวมถึงงบฉุกเฉินสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อจัดซื้อเครื่องครัวและเครื่องนุ่งห่ม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารและแถลงข่าวสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยต้องลงพื้นที่จริงเพื่อประเมินระดับน้ำและลดความตื่นตระหนกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหลักการพื้นฐานของการบริหารจัดการน้ำ ต้องอาศัยแผนที่ภูมิสังคม (Geo-Social Map) รวมถึงการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) เพื่อสร้าง Water Smart Community ทั้งนี้ การแจ้งเตือนภัยต้องเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับระยะเวลาและพื้นที่ เช่น การใช้ดาวเทียมประเมินล่วงหน้า 24 ชั่วโมง และการใช้จุดโทรมาตรบนเขาเพื่อแจ้งเตือนระยะสั้น ซึ่งการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต้องบูรณาการความรู้จากหลากหลายศาสตร์ ทั้งสังคมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และเทคโนโลยีอวกาศประกอบกันด้วย
“การแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งต้องดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ การสร้างความยั่งยืน และการทำงานร่วมกับชุมชนและเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง “ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้ทุกจังหวัดก้าวสู่การเป็น Water Smart Community” โดย รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสรุปบทเรียนจากทั้ง 7 พื้นที่ว่า การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่ และเปลี่ยนจากการ “รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้” เป็น “รู้ก่อน–เตรียมก่อน–ป้องกันก่อน” หัวใจสำคัญคือการเชื่อมข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และพลังของชุมชน เข้าด้วยกัน เพื่อให้แต่ละพื้นที่รู้จักน้ำของตัวเอง เข้าใจความเสี่ยง และสามารถเตรียมรับมือได้ก่อนเกิดภัย
