ECON & BIZ
'พาณิชย์'นำ20ผปก.ไทยเปิดตลาดอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรรุกตลาดโลก
วันที่ 9 กันยายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำผู้ประกอบการไทย 20 ราย ร่วมงาน Bharat Nutraverse Expo 2026 ณ กรุงนิวเดลี เปิด Thailand Pavilion นำเสนอศักยภาพไทยด้านสมุนไพร อาหารสุขภาพ Functional Food และ Nutraceutical เชื่อมโยงธุรกิจกับผู้ประกอบการอินเดีย ผลักดันความร่วมมือรูปแบบ Co-Creation นำวัตถุดิบ องค์ความรู้ และนวัตกรรมของสองประเทศมาต่อยอดสู่ตลาดโลก พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU ระหว่าง SHEFEXIL–THIA เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

นางศุภจีกล่าวในงานว่า อินเดียมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรพืชสมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ด้านอายุรเวท ขณะที่ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ฐานการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่เข้มแข็ง รวมถึงความสามารถด้านนวัตกรรมอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และธุรกิจ Wellness จึงมีจุดแข็งที่สามารถเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการนำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน
“ไทยและอินเดียมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่สามารถเติมเต็มกันได้ การนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาเชื่อมโยงกัน จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพิ่มมูลค่า และขยายโอกาสไปสู่ตลาดโลก” นางศุภจีกล่าว
นางศุภจีกล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการนำสินค้าไทยเข้ามาทำตลาดในอินเดีย แต่ต้องการนำผู้ประกอบการไทยเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางธุรกิจ (ecosystem) ของอินเดีย ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด ส่วนประกอบอาหาร การผลิต เทคโนโลยี ไปจนถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจในลักษณะ Co-Creation เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดไปยังตลาดประเทศที่สาม

“เป้าหมายของเราคือทำให้เกิดการทำงานร่วมกันจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะไทยไปอินเดีย แต่อินเดียก็สามารถมาประเทศไทยได้เช่นกัน นำสิ่งที่แต่ละประเทศมีมาต่อยอดร่วมกัน และสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมมือนี้ไปสู่ตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก”
จากแนวคิดสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ นางศุภจีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Shellac & Forest Products Export Promotion Council (SHEFEXIL) ของอินเดีย ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมสินค้าพฤกษศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย กับสมาคม Thai Herbal Industry Association (THIA) โดยมี Dr. Debjani Roy กรรมการบริหาร SHEFEXIL และนายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนาม เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมสมุนไพรและ Nutraceutical ของสองประเทศ ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนานวัตกรรม การค้า และการลงทุน
นางศุภจีกล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นการใช้กลไกความร่วมมือระหว่างสมาคมในห่วงโซ่อุปทานของสองประเทศ ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารทั้งความต้องการและกฎระเบียบมาตรฐานเป็นไปอย่างใกล้ชิด และนำไปสู่การปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น (Supply Chain Agility) ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการส่งเสริมการค้าที่จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐร่วมเอกชน เพื่อเป็น “สะพาน” เชื่อมภาคธุรกิจไทยและอินเดีย และวางพื้นฐานสำหรับการทำงานร่วมกันในระยะยาว ทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้า การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการพัฒนาความร่วมมือด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
“เราต้องการเห็นการนำสิ่งที่ไทยและอินเดียมีมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ปลายทาง ไม่ใช่เพียงการค้าระหว่างกัน แต่เป็นการร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ และเชื่อมโยงเข้าสู่ Global Supply Chain”
หลังจากนั้น นางศุภจีได้เยี่ยมชม Thailand Pavilion ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการไทย 20 ราย เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรม ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ Functional Ingredients, Functional Food & Beverages, Supporting Industries และ Nutraceutical & Wellness Services มีทั้งผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตลอดจนบริการด้าน Wellness พร้อมพบปะและรับฟังศักยภาพของผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด
ภายหลังการเยี่ยมชม นางศุภจีกล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการอินเดียและผู้ซื้อจากประเทศอื่น ๆ โดยมีโอกาสนำวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของไทยมาผสมผสานกับองค์ความรู้และวัตถุดิบของอินเดีย เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่และต่อยอดไปยังตลาดประเทศที่สาม สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในตลาดสุขภาพและ Wellness ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมาก
“วันนี้เราเห็นตัวอย่างที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ สารสกัด และนวัตกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพ และหากเราเชื่อมโยงกับตลาดที่มีโอกาสสูงอย่างอินเดีย ก็สามารถสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยได้”
ทั้งนี้ งานดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลอินเดียเข้าร่วม อาทิ Shri Nitin Kumar Yadav, Additional Secretary, Ministry of Commerce and Industries, Shri Mohit Yadav, Joint Secretary, Ministry of Commerce and Industry, Shri Amit Verma, Joint Secretary, ASEAN Division, Ministry of Commerce and Industry, Shri Devesh Deval, Joint Secretary, Ministry of Food Processing Industries, Shri Rajit Punhani, CEO, Food Safety and Standards Authority of India (FSSAI) และ Shri Anup Kumar Agarwala, Chairman of SHEFEXIL

ฝ่ายไทยมี นายชุตินทร คงศักดิ์ ผู้แทนการค้าไทย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสุจิรา ปานจนะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลีเข้าร่วมด้วย
