THAILAND
ศรีสะเกษได้เส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ 'รอยศรัทธาพระตาตน ยลวิถีธรรมชาติ'
ศรีสะเกษ-วันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ ศาลาการเปรียญ วัดสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ มอบหมายให้ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุม การจัดทำแผนการขับเคลื่อน UNSEEN THAI THAI เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทยจังหวัดศรีสะเกษ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้โครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมีพระครูอรุณ ปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนางเกษมศรี สุระวิทย์ ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ และมีหน่วยงานภาครัฐ อาทิ นายสุพิชัย หล่าสกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ นายวัชรินทร์ สุขเกษม ผอ.สวท.ศรีสะเกษ พัฒนาชุมชนขุนหาญ ภาคเอกชน อาทิ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ ดร.เพ็ญศรี สารีบุตร นายประดิษฐ์ ศิลาบุตร ฯ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดทิศทาง เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมของศรีสะเกษให้เป็นทั้ง “คุณค่าของชุมชน” และ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ที่ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน

นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินกิจกรรมคัดเลือก UNSEEN THAI THAI เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย”เพื่อค้นหาและพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างแลนมาร์กวัฒนธรรมที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้พิจารณาคัดเลือกไว้ 3 ชุมชน คือ 1.ชุมชนวัดจำปา บ้านหัวนา ตำบลหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์ 2.ชุมชนวัดสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ 3.ชุมชนบ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ ซึ่ง ชุมชนวัดสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ เป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพของจังหวัด โดยมีการปรับชื่อเป็น “รอยศรัทธาพระตาตน ยลวิถีธรรมชาติ” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานได้ให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาและสรุปได้ว่า การเป็นแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN จะมีความหมายกับประชาชน ก็ต่อเมื่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา สามารถสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้จริง ทั้งร้านอาหาร ที่พัก โฮมสเตย์ สินค้าพื้นถิ่น มัคคุเทศก์ชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อย นี่คือโจทย์สำคัญที่จังหวัดศรีสะเกษกำลังวางแผนขับเคลื่อน “รอยศรัทธาพระตาตน ยลวิถีธรรมชาติ” ให้ก้าวจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ไปสู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน หัวใจของแผนครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว “รู้จัก” แต่ต้องทำให้เกิดเหตุผลที่คนอยาก “เดินทางมา–พัก–กิน–ซื้อ–เที่ยว และกลับมาอีก” โดยนำศรัทธา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติของชุมชน มาร้อยเรียงเป็นเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่ม แผนเบื้องต้นแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ โดยในช่วง 0–6 เดือน จะเร่งสร้างความพร้อมของชุมชน จัดทำฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางและเรื่องเล่า พร้อมพัฒนาความรู้ด้านการต้อนรับนักท่องเที่ยวและการจัดการสิ่งแวดล้อม จากนั้นในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี จะยกระดับผลิตภัณฑ์และทดลองเส้นทางท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์และจุดเช็กอิน รวมทั้งเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงและผู้ประกอบการนำเที่ยว ก่อนต่อยอดในระยะ 1–3 ปี สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
อีกประเด็นสำคัญคือ การกระจายรายได้ให้ถึงมือคนในพื้นที่ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหาร โฮมสเตย์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงแนวคิดการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยวกลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน หากแผนดังกล่าวขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย ผลที่ประชาชนจะได้รับจึงไม่ใช่เพียง “มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น” แต่คือ มีตลาดเพิ่มขึ้น มีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าชุมชนมีมูลค่าสูงขึ้น คนรุ่นใหม่มีโอกาสทำงานในบ้านเกิด ขณะที่วัฒนธรรมและทรัพยากรของท้องถิ่นได้รับการดูแลควบคู่กันไป ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง.
