TECH & AI

'หัวเว่ยคลาวด์'ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม ผู้นำเป็นปีที่2จากGartner®



กรุงเทพฯ ประเทศไทย 14 กันยายน 2569 -การ์ทเนอร์ (Gartner) บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เผยแพร่รายงาน Magic Quadrant สำหรับการจัดการคอนเทนเนอร์ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยจัดอันดับ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leaders) ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานและความครบถ้วนของวิสัยทัศน์ของ หัวเว่ย คลาวด์

รายงานฉบับนี้ประเมินผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกในหลากหลายสถานการณ์การใช้งานหลัก ได้แก่ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์เนทีฟรูปแบบใหม่ (New Cloud-Native Applications) การนำแอปพลิเคชันเดิมเข้าสู่ระบบคอนเทนเนอร์ (Containerize Existing Applications) งานฝึกสอน AI (AI Training Workloads) งานประมวลผล AI (AI Inferencing Workloads) แอปพลิเคชันบน Edge (Edge Applications) และแอปพลิเคชันแบบไฮบริด (Hybrid Applications)

หัวเว่ย คลาวด์ นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านคอนเทนเนอร์ที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม รองรับการใช้งานทั้งบน Public Cloud, Distributed Cloud, Hybrid Cloud และ Edge โดยผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย คลาวด์ ได้รับการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อินเทอร์เน็ต การเงิน การผลิต และการขนส่ง ช่วยให้องค์กรทั่วโลกสามารถขับเคลื่อนธุรกิจและบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคของ AI Agent หัวเว่ย คลาวด์ ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้าน AI พร้อมเดินหน้าเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง โดยหัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการรายแรกในอุตสาหกรรมที่นำเสนอแนวคิดใหม่ของ Agentic Infra ขณะที่เทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าว หัวเว่ย คลาวด์ จึงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประมวลผล การจัดตารางทรัพยากร (Scheduling) สภาพแวดล้อม Runtime และระบบนิเวศโอเพนซอร์ส เพื่อสร้าง “ดินอุดมสมบูรณ์” หรือ “Silicon Soil” ที่เอื้อต่อการเติบโตและพัฒนา AI อย่างเต็มศักยภาพ

• CCE Intelligent Computing Clusters
ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และชิปของหัวเว่ย คลาวด์ เพื่อบริหารจัดการ AI Cluster Service (AICS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรวมและจัดตารางการประมวลผลจากชิปประมวลผลมากกว่า 100,000 ชิปเข้าสู่ระบบเดียวกัน พร้อมมอบรากฐาน Cloud Native ที่มีเสถียรภาพสำหรับงาน AI ทั้งการฝึกสอนและการประมวลผลโมเดลขนาดใหญ่

• CCE VolcanoNext เครื่องมือจัดตารางงานแบบ Unified General & AI Scheduling Engine
สร้างนวัตกรรมด้านการจัดตารางงานที่รวมทั้งงานประมวลผลทั่วไปและงาน AI ไว้ในระบบเดียว ผ่านแนวคิด “Shared Training-Inference Pooling + Fragmentation Consolidation” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรได้มากกว่า 30% สำหรับงาน Inference ยังทำงานร่วมกับ Kthena Intelligent Routing ความสามารถในการจัดการบทบาทของ Prefill/Decode และ EMS High-Performance KV Cache เพื่อเพิ่ม Throughput ของการประมวลผลและยกระดับการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

• AgentSphere สภาพแวดล้อม Runtime ที่ปลอดภัยและทำงานได้อย่างอัตโนมัติสำหรับ AI Agent
AgentSphere มอบรากฐาน Runtime ที่ปลอดภัยและรองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ พร้อมความยืดหยุ่นในการขยายระบบในระดับสูงและระบบป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก ด้วยเทคโนโลยี Sandbox น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถเริ่มต้นระบบได้อย่างรวดเร็วภายใน 100 มิลลิวินาที และสร้าง Instance ได้หลายแสนรายการต่อนาที ช่วยให้ AI Agent สามารถขยายการทำงานบนคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รองรับทั้งการเรียกใช้งานความถี่สูงใน Agent Serving และการฝึกสอนแบบขนานขนาดใหญ่ใน Agentic RL

หัวเว่ย คลาวด์ มีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศโอเพนซอร์สในชุมชน Cloud Native ระดับโลก โดยได้สนับสนุนโครงการโอเพนซอร์สสำคัญ อาทิ Volcano, KubeEdge และ Karmada ให้กับ CNCF รวมถึงเปิดตัว Kthena และ AgentCube สำหรับการใช้งานด้าน AI Inference และ AI Agent เพื่อร่วมผลักดันเทคโนโลยี Container และ Cloud Native ระดับโลกให้ก้าวสู่ยุค AI อย่างต่อเนื่อง

ในอนาคต หัวเว่ย คลาวด์ จะยังคงยึดมั่นในแนวคิด “ร่วมสร้างนวัตกรรมและแบ่งปันความสำเร็จ” (Joint Innovation and Shared Success) เดินหน้าผสานรวมและสร้างนวัตกรรมระหว่างเทคโนโลยี Container และ Agentic Infra เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดกว้าง มีประสิทธิภาพ และมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น รองรับการนำ AI Agent ไปใช้งานในวงกว้าง ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับความอัจฉริยะของอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ที่มา: Gartner, Magic Quadrant for Container Management, 2 กันยายน 2569, Dennis Smith และคณะ