POLITICS

คนกาฬสินธุ์ยังตื่นผวา'ปลาหมอคางดำ' จับได้เพิ่มเป็น13ตัว/แนะคนเลี้ยงกุ้งระวัง



กาฬสินธุ์-สถานการณ์ยังไม่นิ่ง! หลังพบปลาหมอคางดำรุกล้ำเขื่อนลำปาวตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ล่าสุดยอดพุ่งแตะ 13 ตัว ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์เร่งเครื่องเต็มสูบ ระดมทีมเอกซเรย์ 11 จุดรอบเขื่อน พร้อมกำชับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใต้เขื่อน ติดตั้งอุปกรณ์กรองน้ำป้องกันไข่ปลาช่วงก่อนลุกลามหนักกว่านี้

วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกรมประมง (FC) และการประชุมข้าราชการประจำเดือนสิงหาคม ครั้งที่ 7/2569 โดยมีนายวิระ จิตสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง พร้อมข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือรายงานความคืบหน้าการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่รอบเขื่อนลำปาว ซึ่งก่อนหน้านี้พบแล้วที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี, บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย และบ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ รวม 12 ตัว ล่าสุดเช้าวันนี้ (14 ก.ย.) มีรายงานชาวประมงบ้านคำเขื่อนแก้วพบเพิ่มอีก 1 ตัว ทำให้ยอดรวมขยับเป็น 13 ตัว

นายบุญธงเปิดเผยว่า นับตั้งแต่พบปลาหมอคางดำตัวแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน หลังชาวบ้านแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา หน่วยงานได้ลงพื้นที่ทันทีและบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ทั้งการเอกซเรย์พื้นที่ควบคู่กับการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกตรวจตรา ค้นหา และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนรอบเขื่อนลำปาว ครอบคลุมจุดเฝ้าระวังรวม 11 จุด เน้นย้ำให้ประชาชนรู้จักสังเกตลักษณะปลาชนิดนี้ หากพบเจอห้ามปล่อยคืนน้ำหรือเคลื่อนย้ายเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที

"นอกจากนี้ ยังได้กำชับประมงอำเภอและผู้นำชุมชนเร่งให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม โดยเฉพาะการสำรวจบ่อกุ้งและติดตั้งอุปกรณ์กรองน้ำ ก่อนสูบน้ำจากคลองชลประทานเขื่อนลำปาวเข้าสู่บ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันไข่และลูกปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปปะปน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่พบรายงานปลาหมอคางดำในพื้นที่ใต้เขื่อนลำปาวแต่อย่างใด โดยจุดที่พบทั้งหมดยังคงจำกัดอยู่ใน 3 พื้นที่ คือบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี, บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย รวมทั้งสิ้น 13 ตัว" นายบุญธงกล่าวในที่สุด