POLITICS
ดีเดย์1ต.ค.69ย้ายที่ทำการ2ศาลจังหวัด ศาลจังหวัดศรีสะเกษ-ศาลจังหวัดภูเก็ต
กรุงเทพฯ-ศาลยุติธรรมแจ้งย้ายที่ทำการ “ศาลจังหวัดศรีสะเกษ”-“ศาลจังหวัดภูเก็ต”แห่งใหม่ ดีเดย์ 1 ต.ค. 69 เพิ่มพื้นที่บริการประชาชนและรองรับปริมาณคดีที่ขยายตัว
วันนี้ (17 กันยายน 69) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่าคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม(ก.บ.ศ.) ได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งของศาลจังหวัดศรีสะเกษ ไปยังอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 495 หมู่ 3 ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะเปิดทำการ ณ อาคารแห่งใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่มีอรรถคดี หรือต้องการติดต่อราชการศาลจังหวัดศรีสะเกษ สามารถติดต่อได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 4561 6137,0 4561 6372, 0 4561 2544 โทรสาร 0 4561 6137 หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) sskc@coj.go.th
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดศรีสะเกษ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาครอบคลุมพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองศรีสะเกษ, อำเภอราษีไศล, อำเภอยางชุมน้อย, อำเภอกันทรารมย์, อำเภอน้ำเกลี้ยง, อำเภอวังหิน, อำเภอบึงบูรพ์, อำเภออุทุมพรพิสัย, อำเภอห้วยทับทัน, อำเภอปรางค์กู่, อำเภอเมืองจันทร์, อำเภอพยุห์, อำเภอขุขันธ์, อำเภอภูสิงห์, อำเภอศิลาลาด และอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ (ยกเว้นอำเภอที่อยู่ในเขตอำนาจของ ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์, อำเภอไพรบึง, อำเภอขุนหาญ, อำเภอศรีรัตนะ, อำเภอเบญจลักษ์,และอำเภอโนนคูณ)
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม(ก.บ.ศ.) ได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งศาลจังหวัดภูเก็ต ไปยังอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 9/69 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยจะเปิดทำการ ณ อาคารแห่งใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่มีอรรถคดีหรือต้องการติดต่อราชการศาลจังหวัดภูเก็ต สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 7621 1160 และ 0 7622 5426 ทั้งนี้ ศาลจังหวัดภูเก็ตมีเขตอำนาจครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองภูเก็ต, อำเภอถลาง, และอำเภอกะทู้, มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาในพื้นที่

นายสุริยัณห์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าศาลจังหวัดศรีสะเกษและศาลจังหวัดภูเก็ตได้เปิดให้บริการ ณ ที่ทำการแห่งใหม่โดยมีการปรับปรุงแบบแปลนอาคารให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มุ่งเน้นการยกระดับห้องพิจารณาคดีและห้องไกล่เกลี่ยเพื่อรองรับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งจัดสรรพื้นที่บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการ อาทิ งานรับฟ้องและการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้การออกแบบยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยตามหลักสากลด้วยการจัดทำห้องควบคุมรอประกันตัวภายในศาล
ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับนั่งรอฟังคำสั่งหรือผลการพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอย่างเป็นสัดส่วนและปลอดภัย ซึ่งการย้ายสถานที่ทำการไปยังอาคารแห่งใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านระบบเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความรวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดความแออัด เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคดีของเจ้าหน้าที่ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่คู่ความและประชาชนผู้มาติดต่อราชการได้อย่างยั่งยืน
