TECH & AI

การ์ทเนอร์เผย3เทรนด์เทคโนโลยีภาครัฐ ปี70แนะปรับกลยุทธ์ไซเบอร์-AIเชิงรุก



กรุงเทพฯ ประเทศไทย 17 กันยายน 2569 - การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทให้คำปรึกษาและวิจัยด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐในปี พ.ศ. 2570 ที่กำลังจะมาถึง โดยเทรนด์เหล่านี้สะท้อนถึงแรงกดดันของผู้นำภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในการต้องมุ่งปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความทันสมัย พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงการกำกับดูแลการใช้ AI ในระดับองค์กร พร้อมตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ดีน ลาเชก้า (Dean Lacheca) รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ผู้บริหาร CIO ของหน่วยงานภาครัฐกำลังบริหารงานภายใต้สภาวะดิสรัปชันที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีเทคโนโลยี AI ได้เข้ามาปฏิรูปรูปแบบการส่งมอบบริการ ขณะที่ภัยคุกคามไซเบอร์ยกระดับความซับซ้อนจนระบบป้องกันเดิมไม่สามารถรับมือได้ทัน ในขณะเดียวกันหน่วยงานต่าง ๆ เองก็กำลังเผชิญแรงกดดันถาโถมเพื่อที่จะบรรลุผลลัพธ์ให้มากขึ้นด้วยทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด สะท้อนให้เห็นความท้าทาย ณ ปัจจุบันที่ไม่ใช่เพียงแค่การมองหาโอกาสในเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างองค์กรที่ต้องสามารถปรับตัวได้รวดเร็วพอที่จะฉกฉวยโอกาสจากเทคโนโลยีเหล่านั้น"

ผู้บริหารเทคโนโลยีของหน่วยงานภาครัฐควรร่วมกันประเมินว่า เทรนด์ดังต่อไปนี้จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน การพัฒนาโมเดลการดำเนินงาน และวางกลยุทธ์การส่งมอบบริการอย่างไรในปีนี้และอนาคตข้างหน้า (ดูรูปที่ 1)

3 เทรนด์เทคโนโลยีขับเคลื่อนกลยุทธ์หน่วยงานภาครัฐ 

ที่มา: การ์ทเนอร์ (กันยายน 2026)

เทรนด์ที่ 1: การบริหารและจัดการผลกระทบวงกว้างที่เกิดจาก Agentic AI (Managing the Ripple Effect of Agentic AI)

ขณะที่ภาครัฐกำลังก้าวข้ามผ่านช่วงทดลองใช้ AI ไปสู่การปรับใช้ในระดับองค์กร AI agents จึงกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กร โดย Agentic AI จะเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ ยกระดับประสบการณ์ประชาชน เร่งความเร็วการพัฒนาซอฟต์แวร์ และช่วยกระบวนการตัดสินใจในงานประจำให้เป็นอัตโนมัติ 

"การหารือเรื่อง AI ต้องก้าวข้ามประเด็นที่ถูกมองเป็นเพียงการติดตั้งระบบไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งความสำเร็จของการใช้ Agentic AI จะขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลที่ทันสมัย ความพร้อมด้านกำลังคน และความสามารถในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องวางรากฐานที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้เพื่อพัฒนานวัตกรรมในอนาคต" Lacheca กล่าว

งานวิจัยการ์ทเนอร์ ยังระบุว่า หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเริ่มวางโครงสร้างการกำกับดูแล การระบุอัตลักษณ์ดิจิทัล และการสร้างโมเดลการทำงานเพื่อรองรับ AI agents ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐยังต้องจัดทำแผนงาน AI ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจนเพื่อวัดผลจากการลงทุนใน AI

เทรนด์ที่ 2: ความมั่นคงไซเบอร์ต้องพึ่ง Culture ที่มีวิวัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้ง (Cybersecurity Requires an ‘Always Evolving’ Culture)

ความก้าวหน้าของ AI ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และการมาถึงของ Quantum Computing นั้นกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ความมั่นคงทางไซเบอร์ไปอย่างสิ้นเชิง หน่วยงานรัฐต้องก้าวข้ามการตรวจรับตามรอบหรือทำเพียงเพื่อผ่านเกณฑ์ (Compliance-driven) ไปสู่การขับเคลื่อนกลยุทธ์ไซเบอร์เชิงรุกที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

"เราไม่อาจมอง Cybersecurity เป็นเพียงฟังก์ชันที่อยู่นิ่งได้อีกแล้ว เพราะวันนี้ AI กำลังบีบช่องว่างระหว่างการเจอช่องโหว่จนถึงการถูกแฮ็กให้สั้นลง ขณะที่เทคโนโลยีควอนตัมก็เข้ามาเขย่ามาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ภาครัฐต้องยกระดับการปกป้องข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งหมด  ผ่าน 3 ปัจจัย ได้แก่ ความยืดหยุ่น (Resilience) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนการเข้ารหัส (Crypto agility) ซึ่งจะต้องกลายเป็นองค์ประกอบหลักของทุกกลยุทธ์ความมั่นคงทางไซเบอร์" Lacheca กล่าว

การ์ทเนอร์แนะนำให้ภาครัฐปรับแนวทางการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยให้เป็นระบบอัตโนมัติในจุดที่ทำได้ โดยเพิ่มทัศนวิสัยและการมองเห็นในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล จัดทำแผนความพร้อมด้านวิทยาการการเข้ารหัสผ่านยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography) และยกระดับการกำกับดูแลเรื่องอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) รวมถึงความเสี่ยงที่มาจากบุคคลที่สาม 

เทรนด์ที่ 3: รีเซ็ตกลยุทธ์การให้บริการเทคโนโลยีภาครัฐรองรับอนาคต  (Reimagining Government Technology Service Delivery)

เทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับกำลังคนที่มีความเข้าใจด้านดิจิทัลและความต้องการทักษะใหม่ ๆ  กำลังบีบให้ภาครัฐต้องคิดใหม่ทำใหม่เกี่ยวกับวิธีการมอบบริการด้านเทคโนโลยี องค์กรแห่งอนาคตจะขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและ AI ส่งผลให้การส่งมอบบริการต้องพึ่งพาโมเดลการดำเนินงานและโครงสร้างการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น เปิดรับนวัตกรรมได้ทั่วทั้งองค์กร โดยยังคงไว้ซึ่งความโปร่งใสและตรวจสอบได้

"เทคโนโลยีเป็นเพียงแค่เครื่องมือหรือตัวจุดประกายเท่านั้น แต่การทรานส์ฟอร์มที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับคน โดยหน่วยงานไอทีภาครัฐที่ยังรักษาความได้เปรียบไว้ได้ คือหน่วยงานที่ลงทุนในศักยภาพบุคลากร มีการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ และสร้างรูปแบบการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้รวดเร็วทัดเทียมกับตัวเทคโนโลยีเอง" Lacheca กล่าว 

จากผลสำรวจของการ์ทเนอร์ต่อผู้บริหาร CIO และผู้นำ IT ในองค์กรภาครัฐ จำนวน 1,219 คน เมื่อเดือนมกราคม 2569 พบว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนลงทุนพัฒนาบุคลากรของตนเพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านเทคโนโลยีสำคัญ โดยการ์ทเนอร์แนะนำให้เน้นการจัดลำดับความสำคัญของความเข้าใจด้าน AI การปรับกำลังคนให้ทันสมัย และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการด้านบริการที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน