THAILAND
ปิดน้ำเขื่อนลำปาวชาวบ้านแห่ทอดแหล่ง ปลาหมอคางดำชี้ตัวจริงอาจมีมากกว่านี้
กาฬสินธุ์-เขื่อนลำปาวปิดน้ำ ชาวประมงหลายอำเภอแห่ลงจับปลาคึกคัก หวังเจอปลาหมอคางดำตัวป่วนระบบนิเวศ แต่ผลคือยังไม่พบสักตัว ขณะที่ชาวบ้านหวั่นว่าที่พบอยู่ตอนนี้อาจเป็นเพียงบางส่วน เพราะเชื่อว่าปลาแพร่พันธุ์ในช่วงห้ามล่า ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้าน แจ้งพบเพิ่ม 10 ตัว รวมยอดสะสม 111 ตัว
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 รายงานบรรยากาศบริเวณสปิลเวย์เขื่อนลำปาวและลำน้ำปาวเป็นไปอย่างคึกคัก หลังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ปิดน้ำช่วงปลายฤดูฝนเพื่อกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง พบว่าชาวบ้านจำนวนมากพากันนำสะดุ้ง แห อวน และตาข่ายมาจับปลากัน ทั้งนี้ปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาพื้นถิ่น ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาเนื้ออ่อน และปลาหมู นำไปประกอบอาหารและจำหน่าย การจับปลาครั้งนี้ชาวประมงหลายคนหวังว่าจะเจอปลาหมอคางดำที่ระบาดอยู่บริเวณต้นน้ำด้วย แต่ผลคือยังไม่มีใครพบสักตัว เจอเพียงปลานิลที่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น

นางจันที พาภิรมย์ อายุ 57 ปี ชาวบ้านสะอาดนาทม ต.ลำคลอง อ.เมือง กล่าวว่า ตนและสามีพร้อมเพื่อนบ้านจากหลายอำเภอ ทั้ง อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ห้วยเม็ก และ อ.กมลาไสย ต่างมาจับปลาตั้งแต่เช้าเหมือนทุกปี เมื่อระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง ก็จะจับปลาในน้ำตื้นและตามซอกหินได้ง่ายขึ้น แต่ปรากฏว่าปีนี้ปลาน้อยกว่าที่ผ่านมา อาจเพราะมีคนหาปลามากขึ้น ฝนไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้น้ำไหลเข้าอ่างน้อย หรืออาจเพราะปลาเล็กถูกปลานักล่าอย่างปลาชะโด ปลาตองลาย และปลากดคังกินไป ส่วนที่บางคนสงสัยว่าเป็นฝีมือปลาหมอคางดำ ก็เป็นไปได้เช่นกัน
นางจันที มองว่าตัวเลข 101 ตัวที่มีรายงานก่อนหน้านี้ (พบตั้งแต่รอยต่อ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี กับ ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ไล่ลงมาถึง อ.หนองกุงศรี และ อ.สหัสขันธ์) น่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะเชื่อว่าปลาขยายพันธุ์ในช่วงฤดูน้ำแดงหรือช่วงห้ามล่า ระหว่าง 16 พฤษภาคม–15 สิงหาคมของทุกปี จึงพบกระจายหลายจุด แม้ปลาชนิดนี้ชอบน้ำนิ่งริมฝั่งและไม่ชอบย้ายถิ่น แต่เชื่อว่า ในอนาคตไม่แน่ อาจปรับตัวเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ หรือมีคนนำไปปล่อยก็เป็นได้”

นางจันทีกล่าวต่อว่า หากถามว่ากลัวปลาหมอคางดำหรือไม่ ยอมรับว่าลึกๆ ก็กลัว แต่เชื่อว่ามันได้อย่างเสียอย่าง ข้อดี คือปลาขยายพันธุ์เร็ว ชาวบ้านจะมีปลาจับมากขึ้น ส่วนข้อเสียคือทำลายระบบนิเวศ แต่ตนไม่กังวลนัก เพราะปลาพื้นถิ่นมีน้อยอยู่แล้ว และขยายพันธุ์ไม่ทันคนจับ หากจับได้มากก็แปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาแดดเดียว ปลาร้า หรือขายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้
รายงานแจ้งว่า กลุ่มไลน์ประมง จ.กาฬสินธุ์ รายงานว่ายังพบปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงค่ำวานนี้พบเพิ่มอีก 10 ตัว โดยชาวประมงพื้นบ้านจับได้ ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย 5 ตัว และที่บ้านนาอวน-บ้านคำแคน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี 5 ตัว รวมยอดสะสมตั้งแต่ 31 สิงหาคม–21 กันยายน เป็น 111 ตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์การสังเกตชนิดปลาหมอคางดำ ระหว่างปลานิลพื้นถิ่น เพื่อให้ประชาชน นักตกปลาและประมงพื้นบ้านให้รีบแจ้งเพื่อตรวจสอบพื้นที่การพบปลาหมอคางดำ เป็นการประเมินแบบรายวันเพื่อวางแผนการจับให้ลดปริมาณให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำ แพร่พันธุ์ลงในลำน้ำปาวและลำน้ำชี เนื่องจากทางเดินของน้ำ ต้นกำเนิดน้ำเขื่อนลำปาวจะมาจาก จ.อุดรธานี จากนั้น ก็จะไปลงแม่น้ำลำปาว และไหลลง แม่น้ำชี ที่มีระบบชลประทาน ครอบคลุมไปในหลายอำเภอ ดังนั้น จ.กาฬสินธุ์ โดยการนำของ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ ยังได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำให้รีบแจ้งเหตุหากพบความผิดปกติมีปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำในพื้นที่ลุ่มน้ำ

