IN NEWS
รัฐฯเดินหน้าทวงคืนหาดฟรีดอมนายกฯสั่ง 'สุชาติ'ลงพื้นที่ภูเก็ตบุกรุกป่าสงวน70ไร่
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าทวงคืนหาดฟรีดอม นายกฯ สั่ง “สุชาติ” ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามคดีกลุ่มผู้มีอิทธิพลบุกรุกป่าสงวนกว่า 70 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ตำรวจจับผู้ต้องหา 4 ราย คดีหลอกขายที่ดินป่าสงวน ย้ำสมบัติชาติต้องคืนประชาชน
วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกและแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างจริงจัง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการด่วน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการทวงคืนพื้นที่หาดฟรีดอม ซึ่งมีปัญหาการเข้ายึดครองพื้นที่กว่า 70 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้นผู้กระทำผิด
นางสาวลลิดากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต และมีข้อสั่งการให้เร่งจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เข้ายึดครองพื้นที่ชายหาด โดยยืนยันว่าหาดฟรีดอมต้องเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเสรี ไม่ใช่พื้นที่สัมปทานหรือแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นายสุชาติได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการดำเนินคดีร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการสืบสวนและจับกุมนายปริญทร เรืองรัตนวานิช หรือ “เสี่ยเล็ก” พร้อมพวกรวม 4 คน ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์นำที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดมาประกาศขาย โดยแอบอ้างว่าเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อและโอนเงินให้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายหลายราย ทั้งยังเป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ของประเทศโดยมิชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างหาดฟรีดอม ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ควรเปิดให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม การดำเนินการครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการติดตามคดีอาญา แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาการยึดครองพื้นที่และการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ เพื่อให้เกิดการจัดการพื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการชัดเจนว่า หาดฟรีดอมต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการนำพื้นที่ป่าสงวนและทรัพยากรสาธารณะไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นใคร และติดตามการทวงคืนพื้นที่ให้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงชายหาดได้อย่างเสรีและเป็นธรรม” นางสาวลลิดากล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการตรวจสอบพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกหรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศในลักษณะเดียวกันอีก

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่หาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ “ยุทธการรุกฆาตสามพันล้าน หาดฟรีดอม” โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติการ
ภารกิจครั้งนี้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 350 นาย จากหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ ฝ่ายปกครอง และตำรวจ พร้อมเครื่องจักรกลหนักและรถแบ็กโฮ เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในแปลงคดีที่ 7 เนื้อที่กว่า 9 ไร่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายปรินทร รวม 22 รายการ หลังผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและมีคำสั่งให้รื้อถอนจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติแล้ว
นายสุชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลและการบุกรุกพื้นที่ของรัฐอย่างเด็ดขาด รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้บุคคลหรือกลุ่มใดเข้ายึดครองทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าประชาชน
“คำว่า Freedom หมายถึง อิสรภาพและเสรีภาพ หาดฟรีดอมจึงต้องเป็นหาดแห่งอิสรภาพที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นคนภูเก็ตหรือคนไทยจากจังหวัดไหน รวมถึงนักท่องเที่ยว ไม่มีใครมีสิทธิเหนือชายหาดสาธารณะ และไม่มีใครควรใช้อิทธิพลผูกขาดหรือกีดกันการเข้าถึงพื้นที่แห่งนี้ หาดฟรีดอมต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของผู้มีอิทธิพล” นายสุชาติ กล่าว
รมว.ทส. กล่าวด้วยว่า การทวงคืนหาดฟรีดอมครั้งนี้จะไม่จบแค่การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่จะเดินหน้าฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืน โดยได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่กว่า 41 ไร่ เป็น “ป่านันทนาการ” พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับ A+ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติอย่างเท่าเทียม ภายใต้หลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภายหลังการรื้อถอนแล้วเสร็จ

นายสุชาติ ย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการคืนสิทธิให้ประชาชนและเป็นของขวัญปีใหม่ที่ตั้งใจมอบให้คนไทยทุกคน เพื่อให้ชายหาดที่สวยงามแห่งนี้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมเดินหน้าขยายผล “ภูเก็ตโมเดล” จัดการพื้นที่บุกรุกและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง
“ของขวัญปีใหม่ชิ้นนี้ ไม่ใช่แค่การคืนผืนป่าหรือชายหาด แต่คือการคืนอิสรภาพให้ประชาชน เพราะทรัพยากรธรรมชาติของชาติ ต้องเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของผู้มีอิทธิพล!”
