IN NEWS

รัฐฯอัปเดตสถานการณ์น้ำวันนี้กทม.เริ่มลด ตะวันออกทรงตัว-ตะวันตกยังวิกฤตหนัก



กรุงเทพฯ-รัฐบาลบูรณาการทุกหน่วยงาน บริหารสถานการณ์น้ำใกล้ชิด ฝนหลายพื้นที่เริ่มลด เร่งระบายน้ำ-ดูแลประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (29 กันยายน 2569) เวลา 09.45 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝน น้ำท่วม และพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ประจำวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปริมาณฝนในหลายพื้นที่มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง สำหรับวันนี้คาดว่าฝนจะเคลื่อนตัวไปตกในพื้นที่จังหวัดตากและกำแพงเพชร ซึ่งจะทำให้มีน้ำเติมเข้าสู่เขื่อนและส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูงขึ้น ขณะที่เมื่อคืนมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดตากและเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม เขื่อนภูมิพลยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก จึงยังไม่มีสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มการระบาย ทั้งนี้ จะไม่กระทบพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำสามารถรองรับน้ำได้ถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำปัจจุบันยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำมากกว่า 1 เมตร ส่วนพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดสมุทรปราการ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการสูบน้ำและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

สำหรับสถานการณ์กรุงเทพมหานคร วันนี้ภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นและไม่พบกลุ่มฝนในพื้นที่ โดยปริมาณฝนสะสมสูงสุดอยู่บริเวณห้วยขวาง สายไหม วัฒนา วังทองหลาง และคลองเตย ขณะที่ยังมีถนนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร ซึ่งรถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ 6 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ ถนนรามคำแหง 24 ศรีนครินทร์ นวมินทร์ ลาดพร้าวช่วงลาดพร้าว 101–แยกบางกะปิ สุวินทวงศ์ และพัฒนาการ 53

สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเคหะคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า ขณะนี้เร่งระบายน้ำจากคลองแสนแสบเพื่อดึงน้ำออกจากชุมชน ผ่านอาคารรับน้ำพระราม 9 เข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยระบบดังกล่าวมีศักยภาพระบายน้ำประมาณ 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 วันสำหรับเส้นทางสายหลัก ขณะที่บางจุดในชุมชนอาจใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ด้านสถานการณ์สาธารณสุข นายเอกภพกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีบริเวณคลองจั่นและร่มเกล้า พบว่าประชาชนบางส่วนยังไม่มีจุดให้บริการด้านสุขภาพ นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเท่าที่สามารถทำได้ หากมีความกังวล กระทรวงสาธารณสุขจะจัดทีมแพทย์สนามลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาตามความเหมาะสม

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันตก ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนถึงสถานการณ์ระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรจากระดับปัจจุบัน โดยเขื่อนวชิราลงกรณปิดการระบายน้ำมา 2 วัน และคาดว่าจะเปิดระบายน้ำในวันนี้ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้สูงจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่

สำหรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จะไหลลงสู่เขื่อนแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 3 วัน และหากมีการเพิ่มการระบาย จะส่งผลให้ระดับน้ำพื้นที่ท้ายน้ำตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงครามเพิ่มสูงขึ้น โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้แจ้งเตือนประชาชนแล้ว ขณะที่มวลน้ำจากเขื่อนแม่กลองจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมงถึงอำเภออัมพวา ดังนั้น หากมีการเพิ่มการระบาย ระดับน้ำพื้นที่ท้ายน้ำจะสูงขึ้นภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยบางพื้นที่มีน้ำท่วมอยู่แล้วและอาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดส่งความช่วยเหลือเข้าพื้นที่แล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองของจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรจากระดับปัจจุบันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี กรณีความกังวลเกี่ยวกับน้ำที่ทะลักออกจากบริเวณเหมืองเก่า เมื่อวานนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และกรมควบคุมมลพิษ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากเหมืองเดิมประมาณ 4 กิโลเมตร ทั้งนี้ ได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน

ด้านจังหวัดเพชรบุรียังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเขื่อนแก่งกระจานมีน้ำในอ่างประมาณร้อยละ 94 ของความจุอ่าง ปัจจุบันกรมชลประทานระบายน้ำวันละประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มีน้ำไหลเข้าอ่างประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงพยายามใช้เขื่อนหน่วงน้ำไว้ประมาณ 2–3 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และหากประเมินแล้วไม่มีฝนเติมน้ำเข้าอ่างเพิ่มเติม อาจพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำเล็กน้อย เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรีได้ผ่านจุดสูงสุดของระดับน้ำแล้วเมื่อวานนี้ และมวลน้ำจะไหลต่อไปยังอำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยวันนี้ระดับน้ำอาจล้นคันกั้นน้ำ ทั้งนี้ จังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนแล้ว โดยขอให้ผู้ที่พักอาศัยในเขตเมืองปราจีนบุรีเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะที่จังหวัดระยอง วันนี้คาดว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแกลง ประกอบกับมีน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ซึ่งขณะนี้มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น จึงขอให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอเมืองระยองอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าอ่างเก็บน้ำคลองระโอกแตกนั้น ไม่เป็นความจริง โดยพบเพียงน้ำกัดเซาะบริเวณด้านขวาของทางระบายน้ำล้น ซึ่งกรมชลประทานได้เข้าซ่อมแซมแล้ว ขณะที่ตัวอ่างเก็บน้ำยังมีความมั่นคงแข็งแรง จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

ด้านจังหวัดสระแก้ว ขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอเมือง ระดับน้ำยังทรงตัว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว

ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม ขอให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้อพยพออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ ยังคงอยู่ในจุดที่ปลอดภัย และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลประสานทุกหน่วยงานให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ จะมีการหารือทั้งแผนระยะยาวเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และแนวทางฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงการกำหนดกรอบคำของบประมาณจากงบกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยรายละเอียดการจ่ายเงินจะหารือร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครและสำนักงบประมาณ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน

ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังสูงในกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่ 
- เคหะรามอินทรา มีระดับน้ำสูงประมาณ 25–30 เซนติเมตร 
- เคหะคลองจั่น มีระดับน้ำสูงประมาณ 1–1.50 เมตร 
- เคหะร่มเกล้า มีระดับน้ำสูงประมาณ 1–1.50 เมตร

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมส่งความช่วยเหลือทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้จะมีบริการด้านสาธารณสุขลงพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่การระบายน้ำคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ