IN NEWS
กำชับทุกหน่วยช่วย-เยียวยาผู้ประสบภัย เตือนเร็ว-แม่นยำ/เลี่ยง4เส้นทางน้ำท่วม
กรุงเทพฯ-นายกฯ กำชับจังหวัดบูรณาการทุกหน่วย เร่งช่วยเหลือ–เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทั่วถึง พร้อมย้ำระบบแจ้งเตือนต้องถูกต้อง รวดเร็ว ถึงประชาชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และกทม.เร่งระบายน้ำต่อเนื่องเคหะร่มเกล้าน้ำลด 30 ซม. รองโฆษกฯ แนะเลี่ยง 4 เส้นทางน้ำท่วมสูง พร้อมจับตาฝนระลอกใหม่
วันนี้ (วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กำชับจังหวัดที่กำลังเกิดหรือคาดว่าจะเกิดอุทกภัยเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง ให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ 4 ด้าน ได้แก่
1) ด้านการบริหารจัดการ ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และศูนย์ประสานงานทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบและภารกิจให้ชัดเจน บูรณาการทุกภาคส่วนให้เป็นเอกภาพ และมีจุดประสานงานที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก
2) ด้านกำลังพล ให้บูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนให้เพียงพอ พร้อมจัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม และจัดทำข้อมูลกำลังพลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการสั่งการและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3) ด้านข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนภัย ให้ ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือได้ทันเวลา
4) ด้านการกำกับติดตาม ให้ ปภ. ติดตามและประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งแก้ไขข้อขัดข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนทั้งในช่วงเกิดเหตุและการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยทุกจังหวัดต้องบูรณาการกำลังและข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนที่ไม่สามารถดำเนินการขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วมจะติดตามและรวบรวมข้อมูลอย่างใกล้ชิด พร้อมแถลงข่าวทุกวันเวลาประมาณ 10.00 น. และอัปเดตสถานการณ์ระหว่างวันผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ฯ
กทม.เร่งระบายน้ำต่อเนื่องเคหะร่มเกล้าน้ำลด30ซม.

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ว่า กรุงเทพมหานครยังมีจุดน้ำท่วมสูงที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยง 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ช่วงสนามกีฬาธูปะเตมีย์–พหลโยธิน ซอย 60 ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงแยกรามคำแหง–คลองโตนด ถนนหลวงแพ่งบางช่วง และถนนลาดกระบังตลอดสายบริเวณหน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง
สำหรับพื้นที่เคหะร่มเกล้า ระดับน้ำลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ยังมีน้ำบนถนนสูงประมาณ 20–30 เซนติเมตร โดยกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ รวมถึงใช้เรือผลักดันน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ ขณะที่พื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง และสายไหม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าการระบายน้ำในชุมชนละออเงินจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน
นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเร่งเปิดประตูระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองเปรมประชากร คลอง 2 คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมเร่งสูบน้ำในพื้นที่ชุมชน โดยขณะนี้สถานการณ์น้ำทะเลหนุนยังไม่มีปัญหา แต่ยังต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ระดับน้ำในพื้นที่ตอนล่างยังอยู่ต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำ โดยจังหวัดปทุมธานีต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร จังหวัดนนทบุรีประมาณ 1.5 เมตร และกรุงเทพมหานครประมาณ 1.2 เมตร ขณะที่กรุงเทพมหานครได้พร่องน้ำในคลองหลายแห่ง รวมถึงคลองรังสิต และเปิดคลองรับน้ำเพื่อช่วยรับน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือ ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและออกสู่อ่าวไทย
สำหรับการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากกรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมสูง และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเพื่อวางแผนการเดินทาง
