IN NEWS

นายกฯถกบกปภ.ช.สั่งเร่งสำรวจ-เยียวยา ย้ำบริหารจัดการน้ำทั้งระบบรับAM 2026



กรุงเทพฯ-นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย–โอนเงินเยียวยา ย้ำบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ รับประชุม IMF–World Bank

วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) เวลา 08.30 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยภาพรวมบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย เช่น จังหวัดปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา รวมถึงมีการอพยพประชาชนและผู้ป่วย โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกองทัพบกได้สนับสนุนโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์รองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นายกรัฐมนตรีขอบคุณกองทัพบก พร้อมกำชับกระทรวงสาธารณสุขเร่งสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และบุคลากรให้เพียงพอ รวมถึงเร่งจัดส่งยาที่จำเป็นไปยังพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีกำชับทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเร่งสำรวจความเสียหายรายครัวเรือน และจัดทำทะเบียนส่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ตรวจสอบให้ครบทุกพื้นที่ และไม่ต้องรอให้การฟื้นฟูแล้วเสร็จ พร้อมให้จังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้วเร่งใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน และดูแลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ต้องเห็นความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาประชาชน โดยกรณีเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้ใช้งบกลาง ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปจะอยู่ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จึงมอบหมายให้ ปภ.จัดทำระบบการช่วยเหลือที่ชัดเจน โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ไม่ให้ต้องติดต่อประสานงานหลายหน่วยงานด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดระบบและขั้นตอนการเคลมประกันให้ชัดเจน ให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด

สำหรับสถานการณ์น้ำ นายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลและการบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะข้อมูลพยากรณ์ฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล เพื่อให้การวางแผนและแจ้งเตือนประชาชนสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

ทั้งนี้ การประเมินสถานการณ์ของ บกปภ.ช. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 พบว่า มีฝนตกสูงสุดที่จังหวัดตรังและบึงกาฬ 141 มิลลิเมตร ขณะที่กรุงเทพมหานครมีฝนไม่เกิน 40 มิลลิเมตร และยังไม่เกินศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ โดยช่วงวันที่ 5–6 ตุลาคม จะมีฝนในภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มฝนลดลง ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม ฝนจะขยับไปยังพื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง

สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาลงมา โดยเฉพาะปทุมธานีและนนทบุรี ซึ่งบางพื้นที่ยังใช้ถนนเป็นแนวกั้นน้ำ ขณะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล มีระดับน้ำสูง จึงต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคม จะมีน้ำทะเลหนุนในช่วงบ่ายของทุกวัน จึงต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการวางแผนระบายน้ำ

ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสำนักโฆษก จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและประสานสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC (Joint Information and Communication Center) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นเอกภาพ พร้อมแถลงสถานการณ์ทุกวัน เวลา 10.00 น. ผ่านช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์และไทยคู่ฟ้า โดยให้ทุกจังหวัดจัดทำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงกับสถานการณ์

นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีผู้แทนจาก 191 ประเทศ และผู้ติดตามประมาณ 15,000 คน เดินทางเข้าประเทศไทย โดยกำชับให้บริหารจัดการสถานการณ์น้ำและระบบคมนาคมไม่ให้กระทบต่อการประชุม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยว่ามีความพร้อมในการรองรับผู้เข้าร่วมงานและการลงทุนจากต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการดังนี้

1. เน้นย้ำการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และลำน้ำที่มีปริมาณน้ำเต็มหรือใกล้เต็ม ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำการพร่องน้ำ เร่งระบายน้ำออกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และให้กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำด้วย

2. เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ โดยกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคอขวด สะพาน ท่อระบายน้ำ ทางลอด และจุดที่มีขยะ เศษวัสดุ หรือวัชพืช เพื่อเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้ได้อย่างเต็มที่ และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง

3. การชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงให้แม่นยำและตรงจุด การชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ชัดเจน ตรงจุด และแม่นยำ เพื่อให้หน่วยปฏิบัติเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลไว้เป็นการล่วงหน้าได้ถูกพื้นที่และทันต่อสถานการณ์

4. ให้ระดมเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอ และเหมาะสมกับสถานการณ์ กรณีเครื่องจักรของภาครัฐไม่เพียงพอ ให้จังหวัดระดมหรือจัดหาเครื่องจักรจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ เปิดเส้นทาง และช่วยเหลือประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์

5. เริ่มฟื้นฟูในโซนที่น้ำลดทันที ประสานดูแลเรื่องการเก็บขยะ ทำความสะอาด ตรวจระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสาธารณสุขให้มีความพร้อมในพื้นที่ที่ดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว

6. ให้เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูและการช่วยเหลือประชาชน โดยสำรวจ ขึ้นทำทะเบียน และนำส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินชดเชยจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ พร้อมให้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและชาวไร่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย รวมถึงเตรียมเสนอแผนฟื้นฟูและการให้เงินกู้แก่เกษตรกร

7. ขอให้การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาแนวทางลดภาระค่าน้ำและค่าไฟฟ้า แก่ครัวเรือนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง โดยพิจารณาช่วงเวลาที่เกิดเหตุ และขอให้เว้นหรือลดค่าใช้จ่ายในช่วงดังกล่าว เพื่อช่วยลดภาระแก่ประชาชนที่ประสบภัย

8. ขอให้ท่าอากาศยานไทยและกระทรวงคมนาคม ในช่วงการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings) บริหารจัดการการเดินทางของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงการขนส่งอย่างเต็มที่ พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ทุกคน และเร่งคืนสภาพการให้บริการให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด