IN NEWS

นายกฯเดินหน้าศึกษาทำ'แก้มลิง'รอบกรุง เผยปภ.เยียวยาแล้ว94ล.กว่าหมื่นครัวเรือน



กรุงเทพฯ-นายกฯ อนุทิน สั่งวางแผนระบายมวลน้ำข้ามจังหวัดแบบไร้รอยต่อ เตือนภาคใต้เร่งเตรียมการรับมือ พร้อมให้ ปภ. เร่งทำระบบเยียวยาประชาชน เผยอนุมัติจ่ายแล้ว 10,400 ครัวเรือนเป็นเงินกว่า 94 ล้านบาท และนายกฯให้สัมภาษณ์สื่อฯพร้อม เดินหน้า “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับ-กักเก็บน้ำทั่วประเทศ หนุนศึกษาพื้นที่รอบ กทม. รับน้ำหลาก-สำรองใช้หน้าแล้ง

วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) เวลา 08.15 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้บริหารสถานการณ์ร่วมกันมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีบางจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ขณะที่บางพื้นที่ยังต้องเตรียมรับมวลน้ำต่อเนื่องจากฝนที่ยังตกอยู่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ผ่านมาหลายวัน ประชาชนและเจ้าหน้าที่อาจเกิดความเหนื่อยล้า ขณะที่สภาพอากาศยังมีความไม่แน่นอน แต่ภาพรวมปริมาณน้ำส่วนใหญ่สามารถระบายออกไปได้แล้ว เหลือเพียงบางจังหวัดและบางพื้นที่ที่ยังมีอุปสรรคในการระบายน้ำ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนการระบายน้ำมาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจังหวัด

นายกรัฐมนตรีกำชับว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไม่มองเฉพาะพื้นที่ของตนเอง แต่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียงที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ขณะที่ระดับกระทรวงต้องทำหน้าที่ประสานข้อมูลภาพรวม เพื่อให้สามารถวางแผนระบายน้ำข้ามพื้นที่และนำมวลน้ำไปสู่แหล่งรับน้ำทั้งบนผืนดินและทะเลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และประชุมระดับย่อยระหว่างวันก่อนรวบรวมข้อมูลเข้าสู่การประชุมใหญ่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยทหารและกรมชลประทาน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้การส่งต่อมวลน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปอย่างเชื่อมโยงและไร้รอยต่อ

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่มาวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากหากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด อาจกระทบต่อซัพพลายเชนอาหารและน้ำดื่ม จึงต้องเร่งสร้างเครือข่ายรองรับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะ น้ำดื่ม ต้องเตรียมให้เพียงพอ พร้อมจัดถุงยังชีพให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่ถูกตัดไฟให้เน้นอาหารสำเร็จรูปที่เปิดแล้วรับประทานได้ทันที ส่วนพื้นที่ที่ยังมีไฟฟ้าและน้ำประปาให้เน้นข้าวสารและอาหารแห้ง ทั้งนี้ให้ “เข้าเร็ว ออกเร็ว”

ด้านการเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีกำชับพื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือมายัง ปภ. โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมวงเงินประมาณ 94 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการตามหลัก First Come First Serve เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำ โดยให้จังหวัดและอำเภอต้องเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทั้งรายชื่อ เลขบัญชี จำนวนเงิน และการยืนยันว่าครัวเรือนมีตัวตนจริง โดยให้ Cross Check กันเองก่อนส่งมายัง ปภ. โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องไม่เพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการทำงาน

สำหรับการประเมินสถานการณ์ของ บกปภ.ช. พบว่า ปริมาณฝนโดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ แต่ต้องเฝ้าระวังภาคใต้เป็นพิเศษ เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนมากขึ้นในช่วงวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 ขณะที่วันที่ 9 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ส่วนสถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำ ภาพรวมมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กรมชลประทานจึงเตรียมพิจารณาปรับลดการระบายน้ำในระยะต่อไป สำหรับแม่น้ำแม่กลอง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงและส่งผลกระทบต่อพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม มีการปรับลดการระบายน้ำจากเดิมมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาอยู่ที่ระดับกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์และอาจปรับการระบายน้ำให้เหมาะสม

ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 82% ของความจุ โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนห้วยด่าน มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับเต็มหรือใกล้เต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่ายของทุกวัน ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องถึงวันที่ 10 ตุลาคม

สำหรับกรณีสุกรตายประมาณ 2,000 ตัวในจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการฝังกลบแล้วประมาณ 1,500 ตัว และจะเร่งดำเนินการส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500 ตัวให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยดำเนินการตามมาตรการด้านสุขอนามัยและควบคุมเชื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อและลดปัญหากลิ่น

นายเอกภพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการอื่น ๆ หลังการหารือในที่ประชุม คือ 1. เพิ่มมาตรการสร้างการรับรู้สู่ประชาชน ให้จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์เพิ่มการสื่อสารและทำความเข้าใจให้ประชาชนรับรู้ว่าเกิดสถานการณ์จากอะไร ภาครัฐกำลังดำเนินการอย่างไร ประชาชนควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อความปลอดภัย และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางใด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและลดความกังวลจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์

2. ป้องกันความขัดแย้ง ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ ร่วมกันสแกนพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดความขัดแย้งจากการระบายน้ำหรือการทำคันกั้นน้ำ พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และป้องกันไม่ให้การบริหารจัดการน้ำกลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างพื้นที่

3. วางแผนระบายมวลน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์และมีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกันกำหนดแผนร่วมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลและบูรณาการกับหน่วยทหารและกรมชลประทานในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อส่งต่อมวลน้ำอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และลดผลกระทบต่อประชาชนในแต่ละพื้นที่

นายกฯเดินหน้า“แก้มลิง”เพิ่มพื้นที่รับ-กักเก็บน้ำทั่วประเทศ

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า โครงการแก้มลิงเป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการน้ำ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับน้ำในช่วงน้ำหลาก และเก็บกักไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงข้อเสนอการพัฒนาโครงการแก้มลิงในพื้นที่รอบกรุงเทพมหานครว่า ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาว่า ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่สามารถดำเนินโครงการดังกล่าวได้หรือไม่ หากสามารถดำเนินการได้ รัฐบาลพร้อมดำเนินการสนับสนุน สำหรับโครงการแก้มลิงและการเก็บกักน้ำทั่วประเทศ กรมชลประทานมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว โดยร่วมมือกับจังหวัดและท้องถิ่นต่าง ๆ และรัฐบาลพร้อมสนับสนุน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ควรมุ่งเพียงการเร่งระบายน้ำเมื่อมีปริมาณน้ำมาก แต่ควรสร้างแหล่งน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ โดยในช่วงน้ำหลาก หากสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยมีงบประมาณที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าว พร้อมเดินหน้าการเพิ่มพื้นที่รองรับและกักเก็บน้ำให้เกิดประโยชน์ทั้งในช่วงน้ำหลากและช่วงฤดูแล้ง