IN NEWS
นายกฯพบเครือข่ายพันธมิตรกุศลเอเชีย ย้ำศักยภาพศก.ไทยรุกปรับกฎเอื้อลงทุน
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการดึงดูดการลงทุนและปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อธุรกิจ ควบคู่ยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคมและมนุษยธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย Edmund Koh ประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย (Philanthropy Asia Alliance: PAA) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการลงทุน การพัฒนาสังคม และความร่วมมือด้านมนุษยธรรม โดยประธานเครือข่ายฯ ชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการยกระดับธรรมาภิบาลควบคู่กับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินภารกิจส่งเสริมการลงทุนควบคู่กับการเข้าร่วมการประชุม โดยมีโอกาสพบหารือกับผู้บริหารกองทุนชั้นนำ นักลงทุนในภาคการเงินและการธนาคาร ตลอดจนบริษัทเอกชนรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยการพบหารือดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย รวมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด พร้อมทั้งส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลและยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงการทำลายฐานปฏิบัติการทางกายภาพของเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือและส่งกลับชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่ออย่างเหมาะสม นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามและความรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย
ด้านประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชียกล่าวชื่นชมนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลไทย โดยเห็นว่ามีแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเครือข่ายฯ และเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาสังคมและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ทั้งนี้ เครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย (Philanthropy Asia Alliance: PAA) จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 โดยริเริ่มจากมูลนิธิเทมาเส็ก (Temasek Trust) มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
