BANGKOK
กทม.ปรับแผนระดม12เขตบัดดี้ลุยเคลียร์ ขยะเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง3วันจบ
กรุงเทพฯ-(11 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด จัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ นายพรพรหม รองผู้ว่าฯ กทม. และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมผู้อำนวยการเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการจัดเก็บและกำจัดขยะตกค้างหลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ภายใต้กิจกรรม “ร่วมแรงฟื้นกรุง” โดยปรับรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการแบ่งโซนพื้นที่และถนนสายหลัก มอบหมายสำนักงานเขตบัดดี้ร่วมรับผิดชอบพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ กรุงเทพมหานครระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 1,424 คน จากสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตบัดดี้ พร้อมยานพาหนะสำหรับขนย้ายขยะ 106 คัน ลงพื้นที่เร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ ขยะครัวเรือน และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อคืนความสะอาดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
▪️ เปิดยอดจัดเก็บขยะสะสมจากเขตน้ำท่วม 7,765 ตัน เร่งขนย้ายขยะตกค้างอย่างเป็นระบบ
กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บขยะตกค้างจากน้ำท่วม บริเวณเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง วันที่ 10 ต.ค.69 ได้ประมาณ 1,300 ตัน ยอดสะสม 30 ก.ย. - 10 ต.ค. 69 ประมาณ 5,085 ตัน โดยใช้แผนแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นโซน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนเข้าชักลากขยะชิ้นใหญ่จากตรอกซอยที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าถึง ก่อนนำมารวบรวม ณ จุดพักขยะ เพื่อใช้รถคีบยกขึ้นรถบรรทุกเทท้ายและขนส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานครตามกระบวนการที่เหมาะสม ส่วนยอดจัดเก็บขยะตกค้างในพื้นที่เขตประสบอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ มีจำนวน 7,765.02 ต้น (ยอดสะสม 28 ก.ย. - 9 ต.ค. 69 เฉลี่ย = 647.09 ตัน/วัน)
▪️ ระดม 12 เขตบัดดี้ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็ว
สำหรับสำนักงานเขตที่ร่วมสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เคหะร่มเกล้า ประกอบด้วย เขตธนบุรี เขตบางแค เขตพระนคร เขตบางขุนเทียน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตทุ่งครุ เขตบางซื่อ เขตวัฒนา เขตบางรัก เขตบางบอน และเขตลาดกระบัง ในฐานะเจ้าของพื้นที่
การปรับแผนครั้งนี้มุ่งเน้นการกระจายกำลังคนและยานพาหนะให้สอดคล้องกับปริมาณขยะและสภาพพื้นที่จริง โดยกำหนดพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ประสานการทำงานระหว่างเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดเก็บขยะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน และเร่งเปิดพื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
▪️ เดินหน้าฟื้นฟูควบคู่ดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัย
นอกจากการจัดเก็บขยะแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด ทั้งการจัดการขยะที่ตกค้างตามถนนและตรอกซอย การขนย้ายสิ่งของชำรุดเสียหาย การดูแลความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย ระมัดระวังสิ่งปนเปื้อนและวัสดุแหลมคมที่อาจตกค้างหลังน้ำท่วม รวมถึงจัดการขยะและขนส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินปริมาณขยะคงเหลือและปรับกำลังสนับสนุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมุ่งให้การจัดเก็บขยะเป็นไปตามเป้าหมายภายใน 3 วัน และเร่งคืนพื้นที่สะอาด เป็นระเบียบ และปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวลาดกระบังโดยเร็วที่สุด
กทม. เร่งฟื้นฟูเคหะชุมชนร่มเกล้า เก็บขยะกว่า4,000 ตัน

ก่อนหน้านี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ในช่วงดึก เพื่อติดตามการจัดเก็บขยะตกค้างหลังน้ำท่วม การนำเครื่องจักรเข้าปฏิบัติงาน และการช่วยเหลือประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ซอยย่อยที่เข้าถึงได้ยาก
• เร่งเก็บขยะกว่า 4,000 ตัน ถนนสายหลักเกือบแล้วเสร็จ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้การจัดเก็บขยะบริเวณถนนสายหลักของเคหะชุมชนร่มเกล้าดำเนินการไปเกือบหมดแล้ว เหลือขยะตกค้างอีกเพียงบางส่วน โดยมีปริมาณขยะที่จัดเก็บได้แล้วประมาณ 4,000 ตัน สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณขยะจำนวนมากที่เกิดขึ้นหลังน้ำท่วม เนื่องจากเคหะชุมชนร่มเกล้าเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมค่อนข้างหนัก
การปฏิบัติงานในช่วงกลางคืนยังมีทีมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะทีมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเข้ามาช่วยจัดเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้เครื่องจักรและรถขนย้ายขยะ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดการใช้แรงงานคน โดยขณะลงพื้นที่พบทีมงานยังคงปฏิบัติงานแม้เป็นช่วงดึก
• เร่งแก้ปัญหาซอยย่อย ใช้เครื่องจักรเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ
สำหรับพื้นที่ซอยย่อยในโซน 7 ของเคหะชุมชนร่มเกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พบว่าการจัดเก็บขยะทำได้ยาก เนื่องจากซอยมีความแคบและมีการก่อสร้างถนน ทำให้รถขนขยะเข้าถึงได้ไม่สะดวก ขยะบางส่วนยังตกค้างอยู่บริเวณบ้านเรือนประชาชน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า แม้ถนนสายหลักจะได้รับการจัดเก็บขยะไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ซอยย่อยอีกหลายชุมชนที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการหมุนเวียนรถขนขยะ เพื่อให้สามารถนำขยะออกจากชุมชนได้มากขึ้น
• ติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดูแลกลุ่มเปราะบางและฟื้นฟูบ้านเรือน
นอกจากการจัดเก็บขยะ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้เยี่ยมบ้านประชาชนที่ได้รับการฟื้นฟูจากมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเข้าช่วยทำความสะอาด ปูกระเบื้อง และทาสีบ้านใหม่ โดยดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมติดตามการดูแลครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้ป่วยและต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวชื่นชมความเข้มแข็งของประธานชุมชนที่รู้จักและเข้าใจสภาพปัญหาของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้การช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงความต้องการได้ตรงจุด พร้อมย้ำว่าการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ใช่เพียงการจัดเก็บขยะ แต่ต้องดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนควบคู่กันไปด้วย
• ติดตามพื้นที่น้ำท่วมขัง เร่งระบายน้ำควบคู่การฟื้นฟู
ในส่วนของพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น บริเวณซอยฉลองกรุง 4 กทม. ได้ติดตามแนวทางแก้ไข โดยพิจารณากั้นขอบพื้นที่และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงคลอง นอกจากนี้ ยังมีการนำรถทุ่นลอยน้ำของ ปภ. เข้าสนับสนุนการสูบน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้ กทม. จะเดินหน้าฟื้นฟูเคหะชุมชนร่มเกล้า และพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดเก็บขยะตกค้างในถนนสายหลักและซอยย่อย การเร่งระบายน้ำในจุดที่ยังได้รับผลกระทบ และการดูแลประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
