ECON & BIZ

ผู้แทนการค้าไทยถกรมต.การค้ากังหันลม ขับเคลื่อนFTA ไทย–EU/ร่วมมือเทคโนฯ



กรุงเทพฯ-ผู้แทนการค้าไทยหารือรัฐมนตรีการค้าเนเธอร์แลนด์ เร่งขับเคลื่อน FTA ไทย–EU พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการลงทุน

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับนาย Sjoerd Sjoerdsma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ณ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (European Union: EU) ตลอดจนทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสถานการณ์การค้าโลก

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้ภายในปี 2569 โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วกับคุณภาพของความตกลง และคำนึงถึงการสร้างการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจารอบที่ 10 มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดตลาดและประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องหารือกันต่อไป ซึ่งฝ่ายไทยขอให้เนเธอร์แลนด์ ในฐานะประเทศสมาชิก EU สนับสนุนการเจรจา โดยพิจารณาเพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญของไทย ได้แก่ ข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง โดยคำนึงถึงปริมาณโควตาที่เหมาะสมและเปรียบเทียบกับสิทธิที่ EU ให้แก่ประเทศคู่ FTA อื่นในภูมิภาค เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและภาคธุรกิจไทย

ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการสร้างสมดุลด้านการเปิดตลาด ระหว่างผลประโยชน์ด้านสินค้าเกษตร กับการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม โดยนายวีระพงษ์เน้นย้ำว่า ผลลัพธ์ด้านการเปิดตลาดที่ชัดเจนมีความสำคัญต่อการสร้างการยอมรับจากภาคธุรกิจและประชาชน ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความสมดุลของความตกลง นอกจากนี้ ฝ่ายเนเธอร์แลนด์ได้ชี้แจงถึงข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรม การผลิตส่วนเกินที่ได้รับจากการสนับสนุนจากภาครัฐ อันก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน รวมทั้ง การควบคุมสินค้าที่อาจนำไปใช้ได้สองทาง (dual-use items) และได้ย้ำความสำคัญของสถานการณ์ในยูเครนต่อเนเธอร์แลนด์และ EU

ภายหลังการหารือ นายวีระพงษ์ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการแห่งใหม่ของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายภาคธุรกิจไทยและเนเธอร์แลนด์ที่เข้าร่วมงาน อาทิ FrieslandCampina (Foremost), East-West Seed, Signify, KLM, Central Group, Indorama Ventures, SCG และ Thai Union ซึ่งฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายที่ไทยจะเป็นประเทศคู่ค้าที่น่าเชื่อถือและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และส่งเสริมกติกาการค้าที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น รวมทั้ง แนวทางการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับห่วงโซ่มูลค่าในภาคเกษตรและอาหาร และพลังงานสะอาด

เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยใน EU โดยในปี 2568 ไทยและเนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันกว่า 7,967.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 1.16 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยส่งออก 7,019.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้า 948.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ (1) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (2) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (3) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ (4) แผงวงจรไฟฟ้า และ (5) เนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ (1) แผงวงจรไฟฟ้า (2) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (3) เคมีภัณฑ์ (4) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และ (5) เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์