MARKETING

น้ำลดอย่าเพิ่งวางใจ!นักวิจัยเบเยอร์เตือน 'เชื้อราในบ้าน'เสี่ยงกระทบสุขภาพ



กรุงเทพฯ-น้ำท่วมอาจจบลงเมื่อน้ำลด แต่ปัญหาเชื้อราในบ้านอาจเพิ่งเริ่มต้น เพราะแม้ผนังจะดูแห้งและบ้านได้รับการทำความสะอาดแล้ว ความชื้นที่สะสมอยู่ภายในวัสดุก่อสร้างอาจยังเป็นปัจจัยให้เชื้อราเจริญเติบโต โดยเฉพาะตามผนัง ฝ้าเพดาน และบริเวณอับอากาศที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เบเยอร์เตือนประชาชนอย่ามองข้ามความเสี่ยงจากเชื้อราหลังน้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมแนะให้ตรวจสอบความชื้น กำจัดเชื้อราอย่างถูกวิธี และเตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนซ่อมแซมหรือทาสีใหม่ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว

นักวิจัยเบเยอร์เตือน สิ่งที่น่ากังวลหลังน้ำลดไม่ใช่เพียงคราบสกปรกที่หลงเหลืออยู่ แต่รวมถึงความชื้นที่แทรกซึมเข้าสู่ผนังและวัสดุภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น หลังตู้ ซอกมุมห้อง ใต้เฟอร์นิเจอร์ และบริเวณรอยต่อของวัสดุ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดสะสมความชื้นและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา แม้พื้นผิวภายนอกจะดูสะอาดแล้วก็ตาม

เชื้อราไม่ได้เป็นเพียงปัญหาคราบสกปรกหรือกลิ่นอับ แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยการสัมผัสหรือสูดดมสปอร์เชื้อราอาจทำให้เกิดอาการคัดจมูก ไอ ระคายเคืองตา หายใจมีเสียงหวีด หรือเกิดผื่นที่ผิวหนัง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้และโรคหอบหืด ซึ่งอาจมีอาการกำเริบหรือรุนแรงขึ้น ขณะที่ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากเชื้อรามากกว่าคนทั่วไป จึงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ปนเปื้อนและไม่ลงมือกำจัดเชื้อราด้วยตนเอง

หลังน้ำลด เจ้าของบ้านควรสังเกต 3 สัญญาณสำคัญที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาความชื้นและเชื้อรา ได้แก่ กลิ่นอับที่ไม่หายไป คราบเชื้อราหรือจุดด่างดำบนพื้นผิว และผนังที่ยังมีความชื้นสะสม โดยเฉพาะบริเวณที่เคยถูกน้ำท่วม รวมถึงพื้นที่ซ่อนเร้นอย่างหลังตู้ ใต้เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรตรวจสอบหาสาเหตุและแหล่งความชื้นให้ชัดเจน เพราะการทำความสะอาดเฉพาะคราบที่มองเห็นอาจไม่เพียงพอ หากต้นเหตุของความชื้นยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ ไม่ควรใช้สีของคราบเชื้อราเพียงอย่างเดียวตัดสินระดับอันตรายต่อสุขภาพ

ช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังน้ำลดเป็นช่วงเวลาสำคัญในการลดโอกาสการเกิดเชื้อรา โดยเมื่อสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ควรเร่งระบายน้ำ เปิดให้อากาศถ่ายเท และทำให้วัสดุที่เปียกแห้งโดยเร็วที่สุด แนวทางด้านสาธารณสุขแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้พื้นที่หรือสิ่งของที่เปียกแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมง หากสามารถทำได้ เพื่อลดโอกาสการเจริญเติบโตของเชื้อรา สำหรับวัสดุที่ดูดซับน้ำได้มาก เช่น พรมหรือแผ่นฝ้าเพดาน หากมีเชื้อราสะสมและไม่สามารถทำความสะอาดหรือทำให้แห้งได้อย่างเหมาะสม อาจจำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนใหม่

ในการทำความสะอาดพื้นที่ที่พบเชื้อรา ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยผู้ที่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัยควรสวมหน้ากากกรองอนุภาค N95 ที่กระชับใบหน้า ถุงมือ และแว่นครอบตา พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะสมกับพื้นผิว และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด ห้ามผสมสารฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซพิษ หากพบเชื้อราเป็นบริเวณกว้าง บ้านได้รับความเสียหายรุนแรง หรือมีการปนเปื้อนจากน้ำเสีย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินและดำเนินการ

อีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำท่วม คือการรีบทาสีใหม่เพื่อปกปิดคราบเชื้อรา ทั้งที่พื้นผิวยังมีความชื้นสะสมอยู่ เพราะการทาสีทับไม่ได้ช่วยกำจัดเชื้อราที่เป็นต้นเหตุ และอาจทำให้เกิดปัญหาสีพอง ลอกล่อน หรือเกิดคราบเชื้อราซ้ำตามมาได้ การซ่อมแซมผนังหลังน้ำท่วมจึงไม่ควรมุ่งเพียงทำให้บ้านกลับมาดูสวยงาม แต่ต้องเริ่มจากการจัดการปัญหาความชื้นและเตรียมพื้นผิวให้เหมาะสมก่อนทาสีใหม่

เบเยอร์แนะนำว่า ก่อนซ่อมแซมหรือทาสีผนังใหม่ ควรเริ่มจากการตรวจสอบและแก้ไขแหล่งความชื้น ทำความสะอาดคราบเชื้อรา และเลือกใช้ น้ำยากำจัดเชื้อราและตะไคร่น้ำ ที่เหมาะสมกับพื้นผิวและลักษณะการใช้งาน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนและระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด จากนั้นจึงตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวแห้งและอยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการทาสี ก่อนดำเนินการรองพื้นและทาสีทับหน้าตามระบบสีที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาฟิล์มสีเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

สำหรับการเลือกใช้สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติต้านทานการเกิดเชื้อราบนฟิล์มสี ควรพิจารณาข้อมูลทางเทคนิคและเงื่อนไขการใช้งานของผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย โดยคุณสมบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพื้นผิวหลังการเตรียมงานอย่างเหมาะสม ไม่สามารถใช้ทดแทนการกำจัดเชื้อราหรือการแก้ไขปัญหาความชื้นที่ต้นเหตุได้

เบเยอร์ย้ำว่า การฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดไม่ใช่เพียงการทำให้บ้านกลับมาสะอาดและสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ตั้งแต่การตรวจสอบความชื้น การกำจัดเชื้อราอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการเตรียมพื้นผิวก่อนทาสี เพราะบ้านที่พร้อมกลับเข้าอยู่อาศัย ไม่ควรมีเพียงผนังที่ดูใหม่ แต่ต้องเป็นบ้านที่ได้รับการดูแลปัญหาความชื้นและเชื้อราอย่างเหมาะสมด้วย