THAILAND

ผ่านาข้าวลุยป่าช้าง!'กลุ่มปราจีนเข้มแข็ง' ผงะพบคราบน้ำมันสีรุ้งหึ่งนาเขาไม้แก้ว



ปราจีนบุรี - สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรีเดือดระอุขึ้นอีกครั้ง หลังภาคประชาชนทนไม่ไหวต้องลุยน้ำลุยโคลนเข้าตรวจสอบปัญหาน้ำเสียปริศนา 

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    นายนายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยถึงกรณีที่ได้รับแจ้งจาก นายสิริพงษ์ โทบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่าพบความผิดปกติในพื้นที่เกษตรกรรม 

หลังจากได้รับภาพถ่ายและข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน นายสุนทร พร้อมด้วย นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่จริงโดยต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านป่ายูคาลิปตัสและทุ่งนาเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร บริเวณรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ต.เขาไม้แก้ว (บ้านกุดด่าน) ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งอาศัยหากินของช้างป่า โดยระหว่างทางคณะสำรวจต้องเผชิญความท้าทายและความเสี่ยง เนื่องจากเป็นเส้นทางหากินของโขลงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา (ผืนป่าราบต่ำแห่งสุดท้ายของไทย  ในเขตผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา  จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ขลบุรี) ที่ข้ามฝั่งจาก จ.ฉะเชิงเทรามาหากินไกลถึง จ.ปราจีนบุรี  

 โดยพบรอยเท้าช้างขนาดใหญ่จำนวนมาก และมีจังหวะที่ได้เผชิญหน้ากับ "ช้างป่า" (ตัวที่ชื่อแข็งแกร่ง) ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้แปลงนาข้าว ก่อนที่ช้างจะเดินหลบเข้าป่าไปอย่างปลอดภัย 

เมื่อเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณคลองเขาไม้แก้วและแปลงนาข้าวชาวบ้าน คณะสำรวจถึงกับผงะเมื่อพบว่ามีคราบน้ำมันสีรุ้งลอยเกลื่อนเป็นทางยาว น้ำในคลองและในนาข้าวกลายเป็นสีดำสนิท ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงกระจายไปทั่วบริเวณ 

นายสุนทร คมคาย เปิดเผยด้วยความกังวลใจอย่างยิ่งว่า จากการใช้สายตาและประสาทสัมผัสตรวจสอบยืนยันได้ว่า กลิ่นเหม็นฉุนและความผิดปกติดังกล่าว มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายคลึงกับเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลที่ "สระมะเขือ" ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ์ อย่างมาก ภาพที่ปรากฏคือคราบน้ำมันสีรุ้งสะท้อนแสงหลากสี (ม่วง แดง เหลือง เขียว คราม) แผ่ขยายปกคลุมผืนนาข้าวหลายร้อยไร่ ซึ่งสร้างความหวาดผัดให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผลผลิตข้าวในนาเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อน และอาจถูกเก็บเกี่ยวส่งต่อให้ประชาชนบริโภคโดยไม่รู้ตัว 

นอกจากนี้ แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็งยังตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณตอนบนของพื้นที่ดังกล่าวมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ และที่สำคัญระบบน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่รอบๆ รวมถึงคลองธรรมชาติ ต่างก็นำน้ำจากย่านนี้ไปใช้ผลิตประปาแจกจ่ายชาวบ้าน หากปล่อยให้มีการปนเปื้อนของน้ำมันหรือสารระเหยประเภท VOCs เช่นนี้ต่อไป ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนในวงกว้างอย่างแน่นอน 

ทางกลุ่มปราจีนเข้มแข็งและผู้นำชุมชนจึงได้บันทึกภาพและเก็บตัวอย่างร่องรอยหลักฐานทั้งหมด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด 

พร้อมกันนี้ ทางกลุ่มเกษตรกรและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ส่งเสียงสะท้อนถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.ปราจีนบุรี ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 นี้ โดยมีความมุ่งหวังและวิงวอนให้นายวราวุธและคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยทีมงานนักวิชาการ ได้สละเวลาลงมาตรวจเยี่ยมและตรวจสอบจุดเกิดเหตุน้ำมันสีรุ้งในนาข้าว ต.เขาไม้แก้ว แห่งนี้ด้วยตนเอง เพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาพิษภัยสิ่งแวดล้อมและคืนความปลอดภัยให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปราจีนบุรีอย่างยั่งยืนต่อไป 

มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี