THAILAND

สลดปราจีนฯสังเวย26ศพน้ำท่วมเกษตร อ่วมเสียหายแสนไร่สั่งเชือด3โรงงานพิษ



ปราจีนบุรี-สถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ หลังมวลน้ำในแม่น้ำสายหลักลดระดับลงต่ำกว่าตลิ่งเกือบทุกจุด แต่ความสูญเสียกลับสร้างรอยแผลเป็นวงกว้าง ยอดสังเวยชีวิตพุ่งทะยาน 26 ศพ พื้นที่เกษตรจมบาดาลกว่า 1 แสนไร่ ด้าน "อบจ.ปราจีนบุรี" ไม่นิ่งนอนใจ ลุยพื้นที่แจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้านสร้าง ขณะที่ฝ่ายอุตสาหกรรมสนธิกำลัง "ท็อปกัน" บุกตรวจโรงงาน สั่งเชือด 3 แห่งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายช่วงวิกฤต พร้อมสั่งปิดถนนสาย 3079 ห้ามรถบรรทุกใหญ่ผ่านเด็ดขาดหลังเสี่ยงทรุดตัว

เมื่อเวลา 17.05 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่า นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดเผยสรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ โดยระบุว่าภาพรวมน้ำท่วมขังเริ่มคลี่คลายและลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเผชิญฝนตกหนักสะสมตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา

ผลการตรวจวัดระดับน้ำล่าสุดพบว่าลดลงต่ำกว่าตลิ่งทุกจุด ได้แก่ สถานี Kgt.3 อ.กบินทร์บุรี ต่ำกว่าตลิ่ง 2.49 เมตร, สถานี Kgt.6 อ.ศรีมหาโพธิ ต่ำกว่าตลิ่ง 0.94 เมตร และสถานี Kgt.1 อ.เมืองปราจีนบุรี ต่ำกว่าตลิ่ง 0.01 เมตร โดยมีปริมาณฝนตกเล็กน้อยในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายครอบคลุม 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน รวม 59,727 ครัวเรือน โดยมียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 26 ราย แบ่งเป็นจมน้ำ 21 ราย และไฟฟ้าช็อต 5 ราย (อ.ประจันตคาม และ อ.กบินทร์บุรี สูญเสียมากที่สุดอำเภอละ 7 ราย) ส่วนความเสียหายด้านการเกษตรหนักหน่วงไม่แพ้กัน พื้นที่พืชผลเสียหายรวม 109,685 ไร่, ประมง 58,732.75 ไร่ และสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบอีกกว่า 4.47 แสนตัว

ปัจจุบัน อ.นาดี เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และ อ.ประจันตคาม ปิดศูนย์พักพิงให้ชาวบ้านกลับบ้านได้ แต่พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยังคงมีน้ำท่วมขังบางจุด ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์พักพิง 35 แห่ง รองรับผู้อพยพ 1,340 คน พร้อมโรงครัวพระราชทานและหน่วยงานที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำโดย นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ (นายกอุ๊) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ อ.บ้านสร้าง อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นำสิ่งของอุปโภคบริโภค ทั้งที่นอนปิกนิก ผ้าห่ม มุ้งสนาม น้ำดื่ม และถุงยังชีพ ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน

พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง ณ ที่ว่าการอำเภอ และวัดต่าง ๆ เช่น วัดทวีชลขันธ์, วัดท่ากระทุ่ม และวัดมูลเหล็ก ร่วมกับ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอบ้านสร้าง, นายพัลลภ แต่งตั้ง จ่าจังหวัดปราจีนบุรี และ นายอนันต์ บุญยืน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านสร้าง พร้อมพูดคุยให้กำลังใจผู้ประสบภัย และเตรียมแผนบูรณาการร่วมกับ ปภ. และกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ เพื่อเข้าฟื้นฟูและซ่อมแซมเส้นทางทันทีที่น้ำลด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้านมาตรการควบคุมมลพิษ       สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี สนธิกำลังร่วมกับชุดเฉพาะกิจ "ท็อปกัน" และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปูพรมตรวจโรงงานกว่า 20 แห่งใน อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี

นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยผลการตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 4 แห่ง พบกระทำความผิดและสั่งระงับ/หยุดกิจการ 3 แห่ง ประกอบด้วย

1.    บ.กรีน เอ็นไวรอนเมนท์ เทคโนโลยี จำกัด (อ.ศรีมหาโพธิ): สั่งหยุดกิจการชั่วคราวหลังเสี่ยงมลพิษรั่วไหลจากน้ำท่วม
2.    บ.จีเคซี รีไซเคิล จำกัด (อ.กบินทร์บุรี): ฝ่าฝืนคำสั่งหยุดกิจการเดิม เจ้าหน้าที่สั่งระงับทั้งหมด อายัดของกลาง และดำเนินคดีตามกฎหมาย
3.    บ.เอ็มวาย เมทัล จำกัด (อ.ศรีมหาโพธิ): ตั้งในเขตป่าไม้โดยอ้าง นส.3ก และไม่มีใบอนุญาต สั่งปิดทันทีพร้อมประสานที่ดินตรวจสอบเอกสารสิทธิ์

ส่วน บ.เวส ทู จำกัด ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด นอกจากนี้ กรณีคราบน้ำมันสีรุ้ง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เร่งกำจัดจนเกือบหมดแล้ว ยังไม่ลงสู่แม่น้ำสายหลัก และกรณี "ปลาตาย" จำนวนมาก เป็นคนละกรณีกับคราบน้ำมัน โดยประมงจังหวัดระบุสาเหตุมาจากออกซิเจนในน้ำลดต่ำและมีน้ำดำจากพื้นที่ตอนบนไหลหลากช่วงน้ำท่วม

ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 นี้ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและเตรียมแถลงผลการตรวจโรงงานทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

ขณะที่การคมนาคม นายวิโรจน์ ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปราจีนบุรี ออกประกาศด่วนแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางถนนสาย 3079 ช่วงวัดกระแจะ แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ตัวถนนได้รับความเสียหายเสี่ยงทรุดตัวเพิ่มเติม

ทางแขวงทางหลวงจึงมีคำสั่ง ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านโดยเด็ดขาด ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทาง อ.ศรีมโหสถ แทน พร้อมเตรียมติดตั้งแบริเออร์พลาสติกตลอดแนว โดยอนุญาตให้รถเล็กสัญจรด้วยความระมัดระวัง คาดต้องใช้เวลาซ่อมแซมราว 2 เดือน จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

มานิตย์  สนับบุญ-ข่าว / ณัฐนันท์-ภาพ/ปราจีนบุรี