THAILAND

หญิงวัย45หอบโฉนดที่ดินบุกร้องสื่อวอน พี่ชายมาพูดคุยที่ดินหวั่นพ่อป่วยไร้บ้าน



นครปฐม-หญิงวัย 45 ปี หอบโฉนดที่ดิน วอนสื่อ วอนพี่ชายกลับมาเจรจายกที่หวั่นพ่อติดเตียงไร้บ้าน วันที่ 16 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส วราพร ศรีนกทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 8 ซอย 6 ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ร้องขอความช่วยเหลือกับสื่อมวลชน หลังถูกพี่ชายคนโตในบ้าน ยังเจรจาไม่คืบนัดเซ็นสัญญากรรมสิทธิ์เรื่องโฉนดที่ดินและบ้านพัก หวั่นครอบครัวและพ่อ ที่ป่วยติดเตียงจะไม่มีบ้านอยู่ยามบั้นปลายของชีวิต นางสาวปิ่น (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เป็นตัวแทนของแม่ บอกว่า

อยากขอความเห็นใจจากสื่ออยากให้ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องที่ดินเนื่องจากคุณแม่กับคุณลุงมีกรณีพิพาทกันเนื่องจากว่าที่ดินและบ้านหลังนี้เดิมเป็นชื่อของคุณยายแต่เมื่อ 4 ปีก่อนคุณยายป่วยเป็นโรคโควิดแล้วก็เสียไปโดยที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าที่ดินและบ้านหลังนี้ยกให้ใคร แต่คุณยายได้บอกปากเปล่ากับแม่ไว้ว่ายกให้แม่ให้แม่เป็นคนดูแลบ้านหลังนี้และที่ดินผืนนี้ที่ยายเพิ่งจะเสียไป

จากนั้นคุณลุงเคยมาขอใบมรณบัตรแล้วก็ได้บอกกับแม่ไว้ว่าเขาไม่อยู่ที่ดินผืนนี้เขายกให้เขาไม่ยุ่งแล้วตอนหลังมีการคุยกันก็ได้มีการไปไปเซ็นรับเรื่องที่กรมที่ดินแต่ว่าคุณลุงมีการนัดกันทั้งหมด 4 ครั้งแล้วคุณลุงก็เบี้ยวนัดแล้วไม่มาส่วนคุณแม่ก็มีอาการป่วย หนำซ้ำคุณตาก็มาป่วยติดเตียงอีกคน คุณตา ชื่อ นาย ชำนาญ ศรีนกทอง อายุ 75 ปี มีโรคประจำตัว โรคหัวใจและเมื่อ 2 เดือนก่อนตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ไตและต่อมน้ำเหลือง มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ 10 ซ.ม

ตอนนี้ช่วยเหลืองตัวเองไม่ได้เพราะ คุณตาไม่สามารถกินข้าวได้แล้ว กินได้น้อยมาก ประมาณ 3 คำ ต้องกินข้าวต้มที่เหลวมากๆเพื่อให้กลืนได้ง่าย คุณแม่กลัวว่าวันนึงเป็นอะไรไปจะทำให้ที่ดินตรงนี้ น้องกับพ่อและคุณตาจะไม่มีที่อยู่เพราะตอนนี้คุณแม่ก็ลำบากมากคุณแม่ไม่มีเงินเนื่องจากคุณแม่เป็นนิ่วในช่องท้องส่วนหน้าอกมีก้อนเนื้ออีก ส่วนเรื่องงานก็ไปทำได้ไม่ทุกวันเนื่องจากต้องมาดูแลตาที่ป่วยติดเตียงและคุณแม่ก็ต้องไปหมอตามนัดจึงทำให้ขาดรายได้และไม่มีเงินที่จะมาช่วยเหลือครอบครัว ส่วนเรื่องกฎหมายโดยมีผู้ใหญ่บ้านมีคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยแต่คุณลุงก็บ่ายเบี่ยงแล้วก็ขอไม่คุยแต่ด้านภรรยาของคุณลุงพูดแค่ว่าเคยช่วยแม่ขายทองส่วนตัวไป 4 บาทถ้าอยากให้ลุงมาเซ็นยินยอมอยากจะคุยเรื่องที่ดินก็ให้เอาทอง4 บาทมาคืน

ซึ่งตอนคุณแม่ป่วยไม่ได้ทำงานมาครึ่งเดือนแล้วเพราะว่าเงินเก็บเงินที่มีก็ใช้จ่ายในการดูแลคุณตาที่ป่วยติดเตียงไปหมดแล้วถ้าจะต้องไปฟ้องร้องกันที่ศาลคุณแม่ก็ไม่มีเงินเพราะล่าสุดคุณลุงพูดแค่ว่าให้ไปฟ้องศาลเอาเราก็ได้ไปปรึกษาไปที่ศาลจังหวัดนครปฐมแล้วแล้วก็ได้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ยุติธรรมแล้วเขาก็ได้แค่บอกว่าจะต้องจ้างทนายแล้วก็ฟ้องศาลแต่ว่าคุณแม่ไม่มีเงินขนาดนั้น แล้วก็วันนี้อยากจะขอความเห็นใจค่ะอยากขอความเห็นใจทั้งสื่อแล้วก็คุณลุงอยากให้มาไกล่เกลี่ยกันด้วยดีเพราะว่าตอนนี้คุณแม่ก็ไม่มีอะไรเลยจริงจริงชีวิตลำบากมาก