IN NEWS

ชี้มุมมองประชาชนไทยกับ 'สวัสดิการรัฐ' คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'



กรุงเทพฯ-“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร กับสวัสดิการรัฐ” พบกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนพิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 68.90% รองลงมาคือ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน 64.93%

โดยรัฐควรจัดสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง 48.06% ทั้งนี้ เห็นว่าปัจจุบันประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่รัฐกำหนดไว้ได้ค่อนข้างน้อย 46.29% หากรัฐต้องการจัดสวัสดิการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ควรปรับลดหรือจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณด้านอื่น 48.32%

นอกจากนี้ยังมองว่าสวัสดิการของรัฐในปัจจุบันช่วยให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ค่อนข้างน้อย 47.53% และไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการรัฐของรัฐบาลอนุทิน 39.66%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อค่าครองชีพสูงแต่รายได้ยังไม่ทันกับค่าใช้จ่าย สวัสดิการรัฐจึงยิ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย คนไทยไม่ได้มองว่าสวัสดิการรัฐเป็นเพียงเงินช่วยเหลือ ที่แจกแล้วจบ แต่คาดหวังให้เป็นหลักประกันที่ช่วยลดภาระและทำให้ใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้น สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าถึงได้จริงและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

​ด้านดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนมิได้เรียกร้องเพียงการเพิ่มสวัสดิการ หากแต่คาดหวังให้รัฐจัดสรรทรัพยากรบนหลักความเสมอภาค ความเป็นธรรมทางสังคม และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิการ 4 ด้านในสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 62–69) ได้แก่ การดูแลผู้พิการ ผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้สูงอายุ และการสาธารณสุข สะท้อนความต้องการระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมความเปราะบางในหลายมิติ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและแนวคิดรัฐสวัสดิการ ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ วิกฤตภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำในระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากสังคมสูงวัย ภาระค่าครองชีพ และข้อจำกัดทางการคลัง ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ผู้ตอบร้อยละ 61.93 เห็นว่าประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก สะท้อนช่องว่างระหว่างการรับรองสิทธิตามกฎหมายกับการเข้าถึงสิทธิในทางปฏิบัติ อีกทั้งร้อยละ 64.85 ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือ ไม่เชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการของรัฐบาล จึงเป็นโจทย์สำคัญด้านความไว้วางใจในการบริหารภาครัฐ รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับธรรมาภิบาลทางการคลัง จัดสวัสดิการพื้นฐานอย่างทั่วถึงควบคู่กับการช่วยเหลือตามความจำเป็น และสร้างระบบตรวจสอบ ที่โปร่งใส เพราะความสำเร็จของรัฐสวัสดิการต้องวัดจากสิทธิที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม