ECON & BIZ

คมนาคมถกมาเลย์หาข้อยุติเอ็มโอยู่ร่วม 'ขนส่งสินค้า-ส่งคน'บูม!การค้า-ท่องเที่ยว



กระทรวงคมนาคม เดินหน้าความร่วมมือไทย - มาเลเซีย เตรียมยกระดับขนส่งข้ามแดน หนุนการค้า และการเดินทางระหว่างประเทศ จัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือประเด็นทางเทคนิคในภาคผนวกของเอกสาร รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่คงค้าง เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้งสองประเทศลงนามได้ในโอกาสแรกต่อไป 

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วยนายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก นางสาวพัชรางศุ์ ประพฤติธรรม ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก และผู้แทนกรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เข้าร่วมการประชุมร่วมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสภายใต้คณะกรรมการร่วมด้านคมนาคมขนส่งระหว่างไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 1 (Joint Senior Officials Meeting under Joint Ministerial Committee on Transport Cooperation : JMC) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย โดยมี Dato’ Normah Osman (ดาโต๊ะ นอร์ม่า ออสมัน) รองปลัดกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายมาเลเซีย

นายปัญญา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการประชุมฯ ในการหาข้อยุติต่อร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย และร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งผู้โดยสารข้ามพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย ทั้งในประเด็นเส้นทางเดินรถและด่านพรมแดน เอกสารของผู้ประกอบการขนส่ง การมีผลบังคับใช้ การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือประเด็นทางเทคนิคในภาคผนวกของเอกสาร รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่คงค้าง เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้งสองประเทศลงนามได้ในโอกาสแรกต่อไป สำหรับร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีสาระสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามพรมแดน สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมสิทธิในการประกอบการขนส่งทางถนน รวมทั้งเปิดโอกาสให้รถขนส่งสินค้าและรถโดยสาร (ประจำทางและไม่ประจำทาง) ของทั้งสองประเทศสามารถเข้าดำเนินการขนส่งในดินแดนของอีกฝ่ายได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมไทยและมาเลเซีย ได้เริ่มเจรจาจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวตั้งแต่ปี 2560 โดยกระทรวงคมนาคมได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศไทยเป็นสำคัญ และบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและต่างตอบแทนกับคู่เจรจา