ECON & BIZ
พาณิชย์เผยจดทะเบียนธุรกิจ9เดือนปี69 สะสม6.8หมื่นราย/ก.ย.ทุนจดพุ่งขึ้น29%
กรุงเทพฯ-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยสถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) มีจำนวน 68,286 ราย เพิ่มขึ้น 941 ราย คิดเป็น 1.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้าประกอบธุรกิจและความสนใจในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เดือนกันยายนมีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,088 ราย เพิ่มขึ้น 2.21% จากเดือนสิงหาคม และทุนจดทะเบียน 21,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 29.33% จากเดือนสิงหาคม สำหรับธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อนคือ ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ร้านขายปลีกเสื้อผ้า และภัตตาคาร/ร้านอาหาร สะท้อนโอกาสในการพัฒนาธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและการขยายช่องทางการตลาดยุคดิจิทัล ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรต่อยอดโอกาสด้วยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ บริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม และสร้างจุดเด่นให้สินค้าและบริการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์ การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ประจำเดือนกันยายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,088 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (7,913 ราย) เพิ่มขึ้น 175 ราย คิดเป็น 2.21% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกันยายน 2568 (8,156 ราย) ลดลง 68 ราย คิดเป็น 0.83%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 21,742 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (16,811 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4,931 ล้านบาท คิดเป็น 29.33% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกันยายน 2568 (19,867 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,875 ล้านบาท คิดเป็น 9.44%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคลจำนวน 3 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ทั้งสิ้น 6,042 ล้านบาท ได้แก่ 1) บริษัท เอสเอเอ โนวา จำกัด ประกอบกิจการค้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 4,042 ล้านบาท 2) บริษัท ทะเลดาว จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และ 3) บริษัท รามบุตรี รุ่งเรือง จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการเกี่ยวกับที่พักอาศัย โรงแรม สถานที่พักตากอากาศ ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
การจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) มีจำนวน 68,286 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (67,345 ราย) เพิ่มขึ้น 941 ราย คิดเป็น 1.40%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 203,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (214,214 ล้านบาท) ลดลง 10,814 ล้านบาท คิดเป็น 5.05%
เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 661 ราย คิดเป็น 47.97% (YoY) ทุนจดทะเบียน 3,251 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 3,343 ราย เพิ่มขึ้น 543 ราย คิดเป็น 19.39% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 6,311 ล้านบาท และ 3) ร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 843 ราย เพิ่มขึ้น 399 ราย คิดเป็น 89.86% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,126 ล้านบาท
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกันยายน 2569 มีจำนวน 2,365 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (2,244 ราย) เพิ่มขึ้น 121 ราย คิดเป็น 5.39% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกันยายน 2568 (2,150 ราย) เพิ่มขึ้น 215 ราย คิดเป็น 10%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 8,072 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (7,035 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,037 ล้านบาท คิดเป็น 14.74% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกันยายน 2568 (5,556 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2,516 ล้านบาท คิดเป็น 45.28%

การจดทะเบียนเลิกช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) มีจำนวน 13,785 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (11,879 ราย) เพิ่มขึ้น 1,906 ราย คิดเป็น 16.05%
ทุนจดทะเบียนเลิกช่วง 9 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 120,740 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (68,590 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 52,150 ล้านบาท คิดเป็น 76.03%
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,118,362 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.96 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,019,431 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.29 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 815,706 ราย คิดเป็น 80.01% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 18.22 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 202,206 ราย คิดเป็น 19.84% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,519 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.63 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่มากที่สุดคือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 555,335 ราย ทุนจดทะเบียน 14.36 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 334,514 ราย ทุนจดทะเบียน 2.61 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 129,582 รายทุนจดทะเบียน 7.33 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.48% 32.81% และ 12.71% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

กระตุ้นเศรษฐกิจจาก ‘โครงการไทยช่วยไทยพลัส’ ของรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่ายที่เห็นผลเชิงบวกอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ระหว่างประเทศอาจส่งผลให้ราคาพลังงานและทองคำ ในตลาดโลกสูงขึ้น พร้อมปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ได้แก่
1) การบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารหนี้ให้เหมาะสมกับรายได้
2) นำเทคโนโลยีและช่องทางดิจิทัลมาใช้พัฒนาการขายออนไลน์ และใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ 3) สร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ พัฒนามาตรฐาน และสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อ แบรนด์เพื่อแข่งขันได้มากกว่าการใช้ราคาเป็นปัจจัยหลัก และ 4) การบริหารความเสี่ยงและกระจายตลาด พร้อมประเมินแผนธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการติดตามมาตรการภาครัฐและกระทรวงพาณิชย์โดยการนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการลดภาระ ค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายซึ่งจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาสนับสนุน ช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน” อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
