ECON & BIZ

ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนก.ย.69 ขยายตัวได้จากยอดส่งออก/เที่ยวหดตัว



กรุงเทพฯ-สถานการณ์ ศก.ไทยเดือน ก.ย.2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและบริโภคหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย”

นายปัณณ์ อนันอภิบุตร ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกันยายน 2569 ว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย” โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ  27.4 และ 11.6 ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 3.0 และ 0.8 ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 52.1 จากระดับ 53.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ และภาระค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 83.4 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 42.8 ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนกันยายน 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -3.5 สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนกันยายน 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -4.6 แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.8

มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 38,438.9  ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 24.0 และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 28.2 ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า โดยขยายตัวร้อยละ 117.5 59.4 และ 45.9 ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 34.8 29.8 17.2 และ 15.6 ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกน้ำตาลทราย เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ทวีปออสเตรเลีย สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 50.1 37.7 34.0 19.0 และ 18.4 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ -1.6 และ -8.7 ตามลำดับ

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนกันยายน 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 22.5 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -0.9 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.4 ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม ในเดือนกันยายน 2569  มีจำนวน 2.00 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -10.5 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -6.0 สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 2.0 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.6 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 90.7 จากระดับ 89.7 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.3 จากระดับ 53.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว

เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.82 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 67.9 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 276.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 54.3 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 53.0 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.3 จุด บ่งชี้ทิศทางของภาคการผลิตที่ยังคงขยายตัว ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 54.5 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 53.6 จุด บ่งชี้การขยายตัวของภาคบริการ สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยวยังมีทิศทางหดตัวเล็กน้อยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารกลางในประเทศต่าง ๆ ยังให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงาน โดยมีทั้งการปรับขึ้นและการคงอัตราดอกเบี้ยตามภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยงต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างความไม่แน่นอนต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง อีกทั้ง มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และการตอบโต้จากประเทศคู่ค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการค้าโลกในระยะต่อไป

ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดยังมีการเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 67,040.05 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการขายสุทธิ 1,102.20 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2569 (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1–27 ตุลาคม 2569) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 519.82 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิอยู่ที่ 54,772.56 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 719.61 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2569 นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 5,938.24 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ 79,981.28 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการขายสุทธิในวันดังกล่าว 569.84 ล้านบาท

ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีสถานะขายสุทธิรวม 3,885.87 ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 2,670.69 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ 952.44 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิรวม 2,572.19 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 22,538.02 ล้านบาท สะท้อนถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงมีความผันผวน

แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปียังคงเป็นการซื้อสุทธิ ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ พบว่าในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิ 534.00 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2569 นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 22,137.40 ล้านบาท ซึ่งพลิกกลับมาซื้อสุทธิเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และทำให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 15,115.33 ล้านบาท สะท้อนถึงกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงเดือนตุลาคม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน