IN NEWS
นายกฯประสานเมียนมาแสดงความกังวัล สู้รบในเมียนมาย้ำกองทัพเลี่ยงการปะทะ
นายกฯ เผยประสานเมียนมาแสดงความกังวลสถานการณ์ชายแดน กำชับกองทัพเพิ่มความพร้อม ย้ำปกป้องอธิปไตย หลีกเลี่ยงการปะทะ พร้อมแจง Vendor List โซลาร์ภาคประชาชน ไม่ใช่การรับประกันได้งานภายหลัง เปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ “เมตตา สุคโต” โรงพยาบาลหนองคาย เพิ่มโอกาสรักษาประชาชนใกล้บ้าน พร้อมมอบสมุด คทช. 308 ราย เดินหน้านโยบาย “อยู่ดี กินดี”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ว่า รัฐบาลไทยได้ประสานแจ้งรัฐบาลเมียนมาให้รับทราบถึงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการใช้กำลังที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานไปยังรัฐบาลเมียนมาเพื่อแจ้งจุดยืนของประเทศไทย ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตรียมเชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยเข้ารับทราบความกังวลของฝ่ายไทย ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ดำเนินการประสานงานแล้ว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยได้เตรียมมาตรการดูแลพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ ทั้งการเพิ่มกำลังพลลาดตระเวนและยกระดับความพร้อมด้านความมั่นคง พร้อมกำชับผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุด หลีกเลี่ยงการปะทะและไม่สร้างความขัดแย้งให้ขยายวงกว้าง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องภายในพื้นที่ของเมียนมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและประชาชนชาวไทย โดยรัฐบาลจะมุ่งปกป้องอธิปไตยและรักษาความปลอดภัยในดินแดนไทยอย่างเต็มกำลัง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เพิ่มความระมัดระวัง
ส่วนกรณีประชาชนจากเมียนมาอพยพเข้ามายังฝั่งไทย รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม โดยเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะประสานดำเนินการให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับประเทศต้นทางต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า การกำหนดจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ อาจมีเสียงสะท้อนที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ การมี Vendor List หมายถึงรายชื่อผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และมีสิทธิ์เข้าซื้อเอกสารประกวดราคา เพื่อยื่นแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ อย่างไรก็ตาม การมีรายชื่ออยู่ใน Vendor List ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการรายนั้นจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโดยอัตโนมัติ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและการดำเนินการของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง จะต้องพิจารณาตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ว่า สามารถดำเนินการได้หรือไม่
นายกฯ เปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ “เมตตา สุคโต” โรงพยาบาลหนองคาย

เวลา 11.30 น. ณ โรงพยาบาลหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ “เมตตา สุคโต” โรงพยาบาลหนองคาย พร้อมเป็นประธานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าว-ป่าแก้งไก่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจฯ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ของจังหวัดหนองคายและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องเดินทางไปรับบริการในจังหวัดอื่น เนื่องจากโรคหัวใจเป็นภาวะที่ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิต พร้อมชื่นชมโรงพยาบาลหนองคาย บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดศูนย์แห่งนี้ โดยเฉพาะพระราชมงคลวชิรปรีดา หรือหลวงปู่ทุย ฉันทกโร แห่งวัดป่าดานวิเวก ที่เมตตาสนับสนุนการพัฒนาศูนย์หัวใจฯ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะต้องสานต่อการพัฒนา ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการยกระดับความทันสมัยของศูนย์หัวใจแห่งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของโรงพยาบาลหนองคายต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการดูแลสุขภาพประชาชนต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพควบคู่กับการรักษาพยาบาล เพื่อให้ประชาชนมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน โดยรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ประชาชนก็มีหน้าที่ดูแลตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนผ่านการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยแสดงความยินดีกับประชาชน 308 ราย ในพื้นที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การจัดสรรที่ดินทำกินต้องดำเนินควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนความรู้ด้านการเกษตร การพัฒนาอาชีพ การเข้าถึงแหล่งทุน และช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มศักยภาพ มีรายได้มั่นคง พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างยั่งยืน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้บริหาร ร่วมมอบสมุดประจำตัว คทช. ให้ประชาชน 22 ราย จากผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งหมด 308 ราย ครอบคลุมพื้นที่จัดสรร 324 แปลง ใน 4 ตำบล (ตำบลผาตั้ง ตำบลนางิ้ว ตำบลสังคม ตำบลแก้งไก่) ของอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าว-ป่าแก้งไก่
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงาน บุคลากรทางการแพทย์ ภาคเอกชน และประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อนทั้งสองโครงการ โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งให้ประชาชน “อยู่ดี กินดี” พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่อื่นได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า ในวันนี้คณะรัฐมนตรีมาประชุมนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้รัฐมนตรี ตลอดจนกระทรวงต่าง ๆ ได้ลงพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อดูว่ามีโอกาส และมีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โดยวาระที่เราวางไว้ในภาคอีสาน คือ การยกระดับเรื่องการเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่า อาหารทำให้มีชีวิต มีโอกาสในการพัฒนาด้านต่าง ๆ และสามารถสร้างรายได้ให้คนไทยด้วย เราต้องสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตรไทยให้ได้มากที่สุด ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย และสินค้าเกษตรกรรมอื่น ๆ โดยต้องพยายามทำให้มีราคาและคุณภาพดีที่สุด สามารถรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลกได้
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ “เมตตา สุคโต” อย่างเป็นทางการพร้อมลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม ชื่นชมความมุ่งมั่นของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลหนองคาย โดยเฉพาะศูนย์หัวใจและศูนย์ผ่าตัดหัวใจ ให้สามารถรองรับการรักษาประชาชนในจังหวัดหนองคายและชาวต่างชาติได้อย่างครบวงจร พร้อมยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลท้องถิ่นให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและยั่งยืน
