IN NEWS
เปิดยุทธศาสตร์'อุดรธานีโมเดล2570-74' นำร่องอีสานบน5จว.ลุยแก้จน-สิทธิทำกิน
กรุงเทพฯ-ครม. เห็นชอบหลักการโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มเปราะบาง ด้วยทุนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ 5 จว.อีสาน พร้อมเดินหน้า “อุดรธานีโมเดล 2570–2574” พัฒนาที่อยู่อาศัย - สร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย
วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2569) ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้มุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด ได้มีการวางกรอบยุทธศาสตร์ระยะยาว “อุดรธานีโมเดล 2570 - 2574 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ” ระยะ 5 ปี เพื่อให้เป็นพิมพ์เขียวระดับประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ดินทำกิน และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยแบบเบ็ดเสร็จ โดยเบื้องต้นจะนำร่องครอบคลุม 5 จังหวัดอีสานเหนือ ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ
การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทรัฐบาลจากการช่วยเหลือเชิงรับมาเป็นการสร้างโอกาสและสร้างอาชีพ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินงานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมรวมถึงทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน และการเปิดช่องทางการตลาดทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องให้แก่ครัวเรือนเปราะบาง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสร้างภูมิคุ้มกันสังคมครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยดำเนินการตามนโยบาย 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็กและเยาวชนผ่านเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน ขยายการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนส่งมอบสวัสดิการแห่งรัฐเชิงรุกถึงหน้าบ้านผ่านโครงการ "พม.สร้างสุข…ส่งมอบสวัสดิการ" เพื่อไม่ให้มีใครตกสำรวจ
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการ สิทธิที่ดิน และการสร้างอาชีพให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยรัฐบาลเตรียมนำผลสำเร็จของ “อุดรธานีโมเดล” ขยายผลเป็นกลไกต้นแบบไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มเปราะบาง ด้วยทุนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ โดยมีสํานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5 (สสว. 5) กระทรวง พม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการฯ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเปราะบางสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในชุมชนมาต่อยอดเป็นอาชีพและแหล่งรายได้พัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการและการบริหารจัดการธุรกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอัตลักษณ์ โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน สร้างเครือข่ายและช่องทางการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง
การประชุมครั้งนี้ ตนยังได้รายงานถึงการลงพื้นที่เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเปราะบาง ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ภายหลังจากที่ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอุดรธานีและหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม และ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยมีภารกิจสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ 1) โครงการเวทีพลังองค์กรชุมชน คนอุดรธานี เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน "อุดรธานี มหานครแห่งการอยู่อาศัย สุขภาวะ และความยั่งยืนลุ่มน้ำโขง" และโครงการบ้านมั่นคงชุมชนทุ่งสว่างตะวันออกใหม่ ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นตรวจราชการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด คือ การพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ตนได้เห็นชอบในหลักการการขับเคลื่อน "อุดรธานีโมเดล 2570-2574 : การพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ" เพื่อเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาความยากจน ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี ร่วมกับจังหวัดอุดรธานีและผู้ที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจข้อมูลและจัดทำแผนที่ทำมือชุมชน เพื่อใช้บูรณาการฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งของค์กรชุมชนฐานฐานราก อีกทั้งขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินและกรมการปกครอง ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ สนับสนุนการจัดระเบียบสิทธิการใช้ที่ดินและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่เป้าหมาย นอกจากนี้ ขอให้กระทรวง พม. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดอุดรธานี เชื่อมโยงระบบสวัสดิการชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับสู่การเป็นโมเดลตันแบบการจัดการตนเองของชุมชน รวมถึงป้องกันและแก่ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ
นายนิกร กล่าวต่อไปอีกว่า 2) การตรวจเยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กหญิงอุดรธานี ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นตรวจราชการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด คือ การพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ตนได้ขอให้กระทรวง พม. ดำเนินการยกระดับมาตรฐานการทำงานของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลและคุ้มครองกลุ่มเป้าหมาย , ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนให้เป็นไปตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม , สนับสนุนการขยายเครือข่ายของสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน และสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนค้นหาตนเอง สร้างความฝัน และแรงบันดาลใจ เพื่อกำหนดเป้าหมายในชีวิตและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า และ 3) โครงการ พม.สร้างสุข...ส่งมอบสวัสดิการ ที่จังหวัดอุดรธานีและหนองบัวลำภู ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นตรวจราชการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด คือ การพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ตนได้ขอให้กระทรวง พม. บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนการดูแลประชาชนภายใต้โครงสร้างประชากรที่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งขยายและขับเคลื่อนการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อรองรับสังคมสูงวัย , บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการค้นหาและส่งเสริมให้ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการอย่างเหมาะสม และบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาเด็กและเยาวชน สภาองค์กรชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม อีกทั้งขอให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เร่งสำรวจและออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับสมาชิกนิคมสร้างตนเอง
