BANGKOK

'ชัชชาติ'ทีม'ผู้ว่าฯสัญจร'บุกเขตปทุมวัน พัฒนาทางเท้า/แก้เรื่องร้องเรียนซ้ำซาก



“ผู้ว่าฯ สัญจร” บุกปทุมวัน! เร่งพัฒนาทางเท้า–ลานกีฬา–พื้นที่สาธารณะ แก้เรื่องร้องเรียนซ้ำซาก เคลียร์ปัญหาประชาชน พร้อมลงพื้นที่ลุย7จุดแก้ปัญหาน้ำเสีย พัฒนาพื้นที่สาธารณะ และเร่งโครงการทำงานล่าช้าต่างๆ 

(7 พ.ย. 69) เวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่กิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร” เขตปทุมวัน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของสำนักงานเขต รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยมี ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม และลงพื้นที่

ติดตามเหตุเพลิงไหม้ชุมชนพัฒนา กำชับช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่นาทีแรก

ที่ประชุมรายงานสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ชุมชนพัฒนา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 69 เวลาประมาณ 00.47 น. ลักษณะเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าระงับเหตุ สามารถควบคุมเพลิงได้เมื่อเวลา 02.31 น. โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีประชาชนได้รับผลกระทบ 300 คน รวม 120 ครอบครัว บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 77 หลัง

กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมจัดเตรียมเตียงนอน พัดลม ห้องสุขาเคลื่อนที่ ห้องอาบน้ำแยกชาย–หญิง รวมถึงอาหารและน้ำดื่มครบ 3 มื้อ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 125 ชุด พร้อมสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็ก มอบแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ดูแลนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ 16 คน โดยมอบชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และให้ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เขตทบทวนกระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะการเข้าถึงพื้นที่ในช่วง 4–5 ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผู้บริหารเขต ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าพื้นที่ทันที ไม่ควรรอผู้บริหารระดับสูง พร้อมจัดระบบเบอร์ติดต่อฉุกเฉินที่ประชาชนสามารถติดต่อได้จริง จัดตั้งศูนย์ประสานงาน และจัดทำบัญชีรับ–จ่ายสิ่งของบริจาคให้เป็นระบบ ตรวจสอบได้ว่าใครได้รับความช่วยเหลือแล้วและยังขาดแคลนสิ่งใด รวมถึงให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุและฝึกซ้อมการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ปทุมวันทำได้ 28 จาก 29 ตัวชี้วัด เร่งเพิ่มพื้นที่ค้าขายขนาดเล็กให้ชุมชน

สำหรับผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วน 100 วัน เขตปทุมวันมีตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องรวม 29 ตัวชี้วัด สามารถบรรลุเป้าหมายแล้ว 28 ตัวชี้วัด ส่วนที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายคือการสำรวจพื้นที่สำหรับจัดทำจุดผ่อนผันค้าขายขนาดเล็ก (Micro) โดยมีเป้าหมาย 20 จุด แต่ดำเนินการได้ 1 จุด บริเวณซอยร่วมฤดี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายให้เขตเร่งสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม โดยพิจารณาพื้นที่ขนาดเล็กบริเวณใกล้ร้านสะดวกซื้อหรือพื้นที่ชุมชนที่ไม่กีดขวางทางเดินและการจราจร เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้ประชาชน โดยให้ผู้ค้าในชุมชนได้รับโอกาสก่อน พร้อมบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมและไม่สร้างปัญหาต่อส่วนรวม

เดินหน้าดูแลกลุ่มเปราะบาง ขยาย Food Bank เชื่อมร้านค้า–วัด–ภาคเอกชน

ด้านการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง เขตปทุมวันสามารถเข้าถึงประชาชนได้ 5,103 คน จากเป้าหมาย 5,000 คน พร้อมเดินหน้าระบบแบ่งปันอาหารผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ SOS และร้าน 7-Eleven โดยประสานสาขาที่มีอาหารพร้อมบริจาคผ่านกลุ่ม LINE ให้เจ้าหน้าที่เข้ารับในช่วงเช้า ก่อนกระจายไปยังชุมชนต่าง ๆ แบบหมุนเวียน มีทั้งเบเกอรี่ นม อาหารกล่อง และขนมปัง พร้อมกำชับเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและการบริโภคอาหารภายในวันเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบครัวชุมชนที่รับบริจาควัตถุดิบสด เช่น เนื้อสัตว์และผัก ให้ชุมชนนำไปประกอบอาหารปรุงสุกเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายให้เขตประเมินผลในเชิงคุณภาพว่าอาหารที่ได้รับสามารถส่งถึงประชาชนและสร้างประโยชน์ได้จริงเพียงใด พร้อมเสนอให้ขยายเครือข่ายผู้บริจาคไปยังวัด บริษัทเอกชน ร้านอาหาร และผู้ประกอบการบุฟเฟต์ เพื่อสร้างระบบแบ่งปันอาหารที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

ปรับปรุงทางเท้าถนนพระรามที่ 6 ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร 

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เขตปทุมวันรายงานโครงการปรับปรุงทางเท้าถนนพระรามที่ 6 ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร  ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ โดยเป็นการปรับปรุงสภาพทางเท้าที่ชำรุดและแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะรถขนส่งที่เข้ามาจอดและวางสิ่งของบนทางเท้า ส่งผลกระทบต่อการเดินสัญจรของประชาชน รวมถึงทำให้ทางเท้าเสียหาย

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำให้เขตติดตามการจัดระเบียบอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำ และดูแลให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ค้าหาบเร่แผงลอยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ไม่กีดขวางทางสัญจรของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงทางเท้าบริเวณใกล้โลตัส เพื่อขยายพื้นที่ทางเดินให้มีความกว้างประมาณ 6 เมตร พร้อมพิจารณาจัดพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสมในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับผู้ค้าท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพในพื้นที่มาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการจัดระเบียบเมืองกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

เปิดลานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายและพักผ่อน

เขตรายงานความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ได้แก่ โครงการลานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 69 เวลา 08.00–20.00 น. ภายในประกอบด้วยลานอเนกประสงค์ ลู่วิ่ง เส้นทางจักรยาน เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามกีฬา ลานจอดรถ และห้องน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายและพักผ่อนได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงลานกีฬาทองพูน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก โดยเขตดำเนินการพัฒนาสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายเขตประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะและลานกีฬาให้มากขึ้น พร้อมกำชับให้ดูแลรักษาความสะอาด ความปลอดภัย และอุปกรณ์ออกกำลังกายให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

เร่งปรับปรุงลานกีฬาชุมชนบ้านครัวใต้ เพิ่มความปลอดภัยให้เด็กและประชาชน

ที่ประชุมยังได้หารือถึงสภาพลานกีฬาชุมชนบ้านครัวใต้ ซึ่งยังมีปัญหาหลายด้าน ทั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ พื้นสนามชำรุด และตะแกรงรั้วเสียหาย ส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็กและประชาชนที่มาใช้พื้นที่ออกกำลังกายในช่วงเย็น

เขตอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุง โดยอาจเสนอของบประมาณปี 2571 หรือประสานขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในรูปแบบ CSR ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริงและประเมินความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

เร่งปรับปรุงโรงเรียนและคลองสวนหลวง วางแผนพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง

ด้านการพัฒนาสถานศึกษา เขตมีแผนปรับปรุงโรงเรียนในสังกัดรวม 6 แห่ง โดยมีรายการที่อยู่ในงบลงทุน 4 รายการ พร้อมติดตามการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ส่วนการปรับปรุงบริเวณคลองสวนหลวง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องได้รับการพัฒนา เขตเตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกลาง เพื่อดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการติดตามโครงการปรับปรุงพื้นที่และโครงการก่อสร้างอื่น ๆ ตามแผนงบประมาณปี 2570 ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนจัดจ้างและเตรียมดำเนินงาน โดยกำหนดให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ติดตามก่อสร้างอาคารสำนักงานเขตปทุมวัน กำชับทบทวนพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเขตปทุมวัน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยที่ประชุมได้หารือถึงการจัดสรรพื้นที่ภายในอาคารให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ให้บริการประชาชน พื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ และพื้นที่จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรพื้นที่ร่วมกัน โดยรับฟังความต้องการของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานจริงทุกฝ่าย คำนึงถึงความเหมาะสมในการให้บริการประชาชน การจัดเก็บอุปกรณ์ และการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต เพื่อให้อาคารสามารถรองรับภารกิจของสำนักงานเขตได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

สะสางเรื่องร้องเรียนค้างเก่า ประสานจุฬาฯ แก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีเจ้าของดูแล

ที่ประชุมได้สะท้อนปัญหาเรื่องร้องเรียนในพื้นที่เขตปทุมวัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีประชาชนแจ้งปัญหามาตั้งแต่ปี 2565 แต่บางเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพื้นที่บางส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานหรือเจ้าของพื้นที่รายอื่น ไม่ใช่พื้นที่ที่สำนักงานเขตสามารถเข้าไปดำเนินการได้โดยตรง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำว่า แม้ปัญหาจะอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานอื่น แต่สำนักงานเขตยังต้องทำหน้าที่ประสานงาน ติดตามความคืบหน้า และสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเพียงส่งต่อเรื่องแล้วปล่อยให้ประชาชนรอโดยไม่มีคำชี้แจง พร้อมเสนอให้จัดช่องทางประสานงานโดยตรงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเจ้าของพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าเรื่องใดอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด และจะดำเนินการได้เมื่อใด

ยกระดับ Traffy Fondue ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามเรื่องร้องเรียน ไม่ปิดเรื่องเพียงเพราะลงพื้นที่แล้ว

ที่ประชุมได้ทบทวนประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue โดยพบว่ามีทั้งกรณีที่สำนักงานเขตแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วภายในไม่ถึง 2 วัน และบางกรณีสามารถดำเนินการได้ภายในประมาณ 3 ชั่วโมง ขณะที่ยังมีเรื่องร้องเรียนบางประเภทที่ใช้เวลานานหรือมีการแก้ไขเพียงชั่วคราวแล้วกลับมาเกิดซ้ำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้พิจารณาผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริง ไม่ใช่ดูเพียงสถานะการปิดเรื่อง พร้อมเสนอให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องเรียนตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องที่มีการแจ้งซ้ำหรือยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

คุมเข้มแผงลอย–มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า ติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน

จากข้อมูลเรื่องร้องเรียน พบว่าปัญหาที่ประชาชนแจ้งมากที่สุดคือการจำหน่ายสินค้าบนทางเท้า รองลงมาคือปัญหาไฟฟ้าแสงสว่าง คนเร่ร่อน และรถจักรยานยนต์ขับขี่หรือจอดบนทางเท้า โดยเฉพาะบริเวณแยกราชประสงค์และพื้นที่ใกล้ศาลพระพรหมเอราวัณ ซึ่งยังพบผู้ค้าบางส่วนกลับมาจำหน่ายสินค้าแม้เจ้าหน้าที่จะเข้าจัดระเบียบแล้ว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เสนอให้ปรับแนวทางการติดตามเรื่องร้องเรียนหาบเร่แผงลอย โดยต้องตรวจสอบต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน พร้อมบันทึกภาพหลักฐานทุกวัน ไม่ใช่เพียงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ครั้งเดียวแล้วปิดเรื่อง เพราะปัญหาอาจกลับมาเกิดซ้ำได้ ส่วนปัญหารถจักรยานยนต์บนทางเท้า ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและใช้กล้อง CCTV สนับสนุนการรวบรวมหลักฐาน เพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประสานตำรวจให้ร่วมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

คุมเข้มไซต์ก่อสร้าง 12 แห่ง ใช้กล้อง CCTV ติดตามการทำงานนอกเวลา

ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาไซต์ก่อสร้างในพื้นที่เขตปทุมวัน ซึ่งมีโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งและมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงรบกวน การทำงานเกินเวลาที่ได้รับอนุญาต และผลกระทบต่อประชาชน ปัจจุบันมีไซต์ก่อสร้างที่ต้องติดตามประมาณ 12 แห่ง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เขตเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและนอกเวลาราชการ ไม่ควรรอให้ประชาชนร้องเรียนหรือรอจนโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงเข้าไปตรวจสอบ พร้อมเสนอให้พิจารณาเชื่อมต่อกล้อง CCTV จากไซต์ก่อสร้างมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบการทำงานและการฝ่าฝืนมาตรการต่าง ๆ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงขอความร่วมมือ

เร่งแก้จุดเสี่ยงน้ำท่วม กำชับคุมเข้มเศษวัสดุก่อสร้างลงท่อระบายน้ำ

ด้านการป้องกันน้ำท่วม เขตดำเนินการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำระยะทาง 23.719 กิโลเมตร และเปิดทางน้ำไหลระยะทาง 1.71 กิโลเมตร ครบตามเป้าหมาย พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณแยกเจริญเมืองและสามารถใช้งานได้แล้ว ขณะที่มีแผนก่อสร้างบ่อสูบน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เขตสำรวจจุดเสี่ยงน้ำท่วมและน้ำรอระบายอย่างละเอียด ทั้งบริเวณซอยย่อย และพื้นที่ที่มีประชาชนร้องเรียน โดยตรวจสอบช่องรับน้ำและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขท่อระบายน้ำที่ชำรุดหรือข้อต่อหลุด พร้อมเน้นย้ำการควบคุมไซต์ก่อสร้างไม่ให้นำทราย หิน เศษปูน หรือวัสดุก่อสร้างมากองบนทางเท้าและพื้นที่สาธารณะ ต้องจัดเก็บในภาชนะที่เหมาะสม ป้องกันไม่ให้เศษวัสดุไหลลงท่อระบายน้ำจนเกิดการอุดตัน หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ทบทวนการจัดการจราจรหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพิ่มความชัดเจนก่อนปรับทิศทางเดินรถ

อีกประเด็นที่มีการหารือคือการจัดการจราจรบริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับทิศทางและช่องทางเดินรถ โดยที่ประชุมรายงานว่าปัจจุบันยังใช้รูปแบบการเดินรถเดิม ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะความคุ้นเคยของผู้ใช้รถใช้ถนนและความปลอดภัยของคนข้ามถนน หากมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางการจราจร ต้องจัดทำป้ายสัญญาณและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน พร้อมประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

ยกระดับโมเดลจัดเก็บขยะถนนบรรทัดทอง เก็บทุกชั่วโมง ตอบโจทย์พื้นที่เศรษฐกิจ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการจัดการขยะบริเวณถนนบรรทัดทอง ซึ่งเป็นแหล่งร้านอาหารและพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้บริการจำนวนมาก ปัจจุบันมีการจัดเก็บขยะทุกชั่วโมงในช่วงเวลา 08.00–21.00 น. และสำนักงานเขตดำเนินการจัดเก็บตามรอบในช่วงเวลา 21.00–06.00 น.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เสนอให้เขตพัฒนารูปแบบการจัดการขยะถนนบรรทัดทองเป็นโมเดลเฉพาะ โดยศึกษารูปแบบการจัดการขยะจากพื้นที่สีลมและสุขุมวิทมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่ร้านอาหาร พร้อมกำหนดรอบจัดเก็บให้ชัดเจนและสอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่น เน้นให้ขยะไม่ตกค้างบนทางเท้าและถนนเกิน 1 ชั่วโมง รวมถึงประสานผู้ประกอบการให้จัดเก็บขยะของร้านตนเองอย่างถูกต้อง ไม่ปล่อยให้ขยะตกหล่นหรือสะสมบนพื้นผิวจราจร

นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ “อิ่มท้อง” จำนวน 1 แห่ง บริเวณสวนปทุมวนานุรักษ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและบริการที่เป็นประโยชน์ โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2570 ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการดำเนินงาน

“การลงพื้นที่ผู้ว่าฯ สัญจรไม่ใช่เพียงการติดตามตัวเลขความสำเร็จของโครงการ แต่ต้องทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริง ปัญหาที่ร้องเรียนซ้ำต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานตรวจสอบได้ ประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องติดตามทวงถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ภายหลังการประชุม ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานและรับฟังปัญหาจากประชาชนในจุดต่าง ๆ ประกอบด้วย

1. คลองสวนหลวง ติดตามปัญหาคุณภาพน้ำ การจัดการน้ำเสีย และแนวทางพัฒนาสภาพแวดล้อมบริเวณคลอง
2. สถานประกอบการบริเวณถนนบรรทัดทอง ติดตามการปฏิบัติงานของสารวัตรสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำเสีย การติดตั้งถังดักไขมัน และการดูแลความสะอาดของสถานประกอบการ
3. ชุมชนบ้านครัวใต้ รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน ติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมภายในชุมชน
4. ลานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตรวจติดตามสภาพพื้นที่และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน
5. บริเวณใต้ทางด่วนพระรามที่ 6 ตรวจติดตามสภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์พื้นที่ และแนวทางปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
6. อาคารสำนักงานเขตปทุมวันแห่งใหม่ ตรวจติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้าง รับทราบปัญหาอุปสรรค และแนวทางเร่งรัดการดำเนินงาน
7. ชุมชนแฟลตการรถไฟ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน ติดตามการพัฒนาสภาพแวดล้อมและการจัดบริการสาธารณะในพื้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง