In Bangkok

สก.ยานนาวาตั้งกระทู้ถามสดแผนรองรับ กรณีการจัดหารถเช่าเก็บขยะแทน



กรุงเทพฯ-สก.ยานนาวา ตั้งกระทู้ถามสดแผนรองรับกรณีการจัดหารถเช่าเก็บขยะแทนสัญญาที่จะหมดอายุล่าช้า และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่2 ครั้งที่2 ประจำปีพุทธศักราช 2566 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) วันนี้ (27 ก.ย.66) : นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหากรณีเกิดความล่าช้าในการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยของสำนักสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากสำนักสิ่งแวดล้อมขอจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2566 ในการดำเนินการจัดหารถเช่าเก็บขนมูลฝอยให้แก่สำนักงานเขตต่าง ๆ แทนสัญญาที่จะหมดอายุช่วงปลายปี พ.ศ. 2567 ถึงต้นปี พ.ศ. 2568 ตามระยะเวลาของสัญญาแต่ละฉบับ แต่ถึงขณะนี้การเช่ารถเก็บขนมูลฝอยของสำนักสิ่งแวดล้อมยังอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนทั้งของหน่วยงานราชการและผู้ให้เช่าในการปรับแต่งรถ รวมถึงการจดทะเบียนรถตามกฎหมาย หากเกิดความล่าช้าไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลาที่กำหนดจะทำให้เกิดปัญหาขยะตกค้าง รวมทั้งปัญหาสุขภาพอนามัยสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน จึงได้สอบถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้
1.มีแผนการรองรับกรณีการจัดหารถขยะล่าช้าอย่างไรเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชน
2.กรุงเทพมหานครมีแผนรองรับการใช้รถพลังงานไฟฟ้าแล้วหรือไม่
3.หากการกำหนดรายละเอียดโครงการล่าช้า ทำให้การส่งมอบล่าช้า กรุงเทพมหานครมีแผนรองรับหรือไม่

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน และเป็นสิ่งที่กรุงเทพมหานครควรทำ เชื่อว่าสก.ทุกท่านเห็นด้วยกับการเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า แต่อาจมีบางปัจจัยที่ทำให้กังวลกันอยู่ จากข้อมูลที่สถาบันการศึกษาที่ได้ศึกษาความคุ้มค่าการใช้รถเก็บขยะพลังงานไฟฟ้า 100% โดยทดสอบการวิ่งรถ และพบว่ามีรถพลังงานไฟฟ้ามีความคุ้มค่า สามารถประหยัดได้ และเป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงจะทำให้ได้ประโยชน์ในเรื่อง Carbon Footprint ด้วย ในขณะเดียวกันการบริหารงบประมาณรายจ่าย ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่กำหนดให้รายจ่ายงบประมาณที่ต้องการเปลี่ยนแปลงต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งที่ทำให้กังวล เนื่องจากโครงการนี้เป็นการเช่ารถทดแทนตั้งแต่ปี 65 ซึ่งเดิมอาจเป็นรถประเภทดีเซล การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการให้เป็นรถประเภทรถไฟฟ้าจึงทำให้ไม่แน่ใจว่ากรุงเทพมหานครจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ จึงได้มีคำถามถึงฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับเรื่องรถจัดเก็บขยะไฟฟ้าในวันนี้” นายพุทธิพัชร์ กล่าว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องของการจัดการขยะเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง ปัจจุบันใช้เงินค่ากำจัดขยะ 7,000 ล้านบาท ต่อปี  ดังนั้น การดูแลเรื่องการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใสในการใช้งบประมาณและการรักษาสิ่งแวดล้อมจึงต้องดำเนินการควบคู่กัน และเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญตลอดมา 

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีงบประมาณสำหรับการเช่ารถขยะในปีงบประมาณ 66 จำนวน 5 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ทั้งหมด ไม่ได้เป็นการโอนเงินจากโครงการใดโครงการหนึ่งมาเพื่อโครงการนี้ และเป็นงบประมาณต่อเนื่องมากกว่าปีงบประมาณจึงต้องขอความเห็นชอบจากสภากทม. หากถามว่าโครงการนี้ล่าช้าหรือไม่ สำนักสิ่งแวดล้อมรายงานว่าโครงการนี้จะสามารถส่งรถเช่านี้ได้ตั้งแต่เดือน พค. 67 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้มีรถ 2,020 คันเดิมจะทยอยหมดสัญญา ส่วนการส่งรถใหม่จะทยอยต่อเนื่องจากสัญญาเก่าที่หมดไป

สำหรับคุณลักษณะของรถที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อยู่ระหว่างการจัดทำกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เบื้องต้นถึงแม้จะเป็นรถไฟฟ้าหรือรถใช้น้ำมัน ตัวถังต้องเป็นขนาดเดียวกันต่างกันเฉพาะพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนเท่านั้น ความสามารถในการบีบอัดก็เท่ากัน ซึ่งในการกำหนดรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างจะเขียนไว้อย่างชัดเจน ส่วนการติดตั้งสถานีชาร์จ ขณะนี้กทม.ได้ติดต่อภาครัฐ ภาคเอกชน ที่พร้อมเข้ามาลงทุนกับกทม. โดยที่กทม.ไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณ 

การจัดซื้อจัดจ้างหรือเช่ารถ จะเป็นไปตามข้อบัญญัติงบประมาณเดิม เพราะในข้อบัญญัติไม่ได้ระบุว่าเป็นการจัดซื้อหรือเช่า รวมถึงนโยบายการแยกขยะของกรุงเทพมหานครที่ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อหรือเช่ารถแต่อย่างใด  ในขณะที่ในอนาคตกรุงเทพมหานครจะออกข้อบัญญัติการส่งเสริมการแยกขยะเพื่อให้มีปริมาณขยะลดน้อยลง สำหรับข้อกังวลว่ากรุงเทพมหานครมีการทดสอบการใช้รถขยะแล้วหรือไม่ กรุงเทพมหานครได้ทำการทดสอบไปแล้ว 2 เขต คือประเวศและดุสิตและจะดำเนินการในเขตลาดกระบังต่อไป 

รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมกรณีที่จัดซื้อจัดจ้างแล้ว หากผู้ให้เช่าที่ได้สัญญาส่งมอบรถไม่ทันตามกำหนดและไม่สามารถนำรถเช่าของผู้ให้เช่ารายเดิมมาใช้งานได้เนื่องจากหมดสัญญาแล้ว ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ว่า หากเซ็นสัญญาแล้วผู้รับจ้างมีหน้าที่ส่งรถตามกำหนดเพื่อไม่ให้เสียค่าปรับ แต่ในสัญญาอาจกำหนดว่าหากล่าช้าผู้รับจ้างต้องนำรถขยะประเภทอื่นมาให้กรุงเทพมหานครใช้ก่อน ดังนั้นภาพรวมการแก้ไขปัญหาสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้วางแผนไว้แล้วเพื่อไม่ให้เกิดขยะตกค้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

“ในเรื่องของค่าปรับกรุงเทพมหานครควรพิจารณากำหนดในอัตราสูงสุดเพื่อไม่ให้ผู้รับจ้างปล่อยปละละเลยและเป็นปัญหาให้กับชาวกรุงเทพฯในอนาคต”  นายพุทธิพัชร์ กล่าวในตอนท้าย