In Bangkok

กทม.ศึกษาระบบบำบัดนํ้าและบีบตะกอน แบบอัจฉริยะ​ประหยัดพื้นที่​ติดตั้งเร็ว



กรุงเทพฯ-(7 ธ.ค.​ 66) นายวิศณุ​ ทรัพย์สมพล​ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ ร่วมสังเกตการณ์การสาธิตเครื่องรีดตะกอนในคลองคูเมืองเดิม ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับความร่วมมือจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าร่วมสังเกตการณ์​ ณ​ คลองคูเมืองเดิม​ หน้าวัดบุรณศิริมาตยาราม​ เขตพระนคร

ระบบบำบัดนํ้าและบีบอัดตะกอนเลน แบบอัจฉริยะดังกล่าว​ ไม่ใช้รถขุดตักแบบเดิมๆ​ สามารถลดการขนย้าย​ และลดความสกปรกของถนนจากการขนย้ายตะกอนเลน​ ซึ่งระบบบำบัดนํ้าและบีบตะกอนเลนแบบอัจฉริยะนี้​เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เหมาะสําหรับใช้ในการจัดการทำความสะอาดแหล่งน้ำ เช่น ลำคลอง คูน้ำ บ่อน้ำ หรือ บ่อบำบัดนํ้า ในภาคการผลิตอุตสาหกรรม โดยสามารถจัดการ แยกประเภทตะกอนและขยะที่สะสมอยู่ รวมถึงทําการบำบัดน้ำให้เป็นนํ้าสะอาดคืนสู่ธรรมชาติ​ ระบบคัดแยกประเภทแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่​ แยกขยะและวัสดุที่มีขนาดใหญ่​ แยกตะกอนทราย​ แยกดินโคลนเพื่อทําการบีบอัดความชื้นให้เป็นกากตะกอนแห้งพร้อมนํากลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง​ 

ทั้งนี้​ ระบบนําบัดนํ้าและบีบตะกอนเลน แบบอัจฉริยะ​ ประกอบด้วย 4 ระบบ​ ได้แก่​ ระบบการคัดแยก (Separation System) ระบบการตกตะกอน (Sedimentation System) ระบบการปรับความชื้น (Dewatering System) ระบบควบคุมการจัดการและสารโพลีเมอร์ (Control & Polymer System) ซึ่งส่วนประกอบหลักสําคัญทั้ง 4 ระบบ ถูกออกแบบในอยู่ในตู้ คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต จำนวน 4 ตู้ สามารถทำการเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้สะดวกในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการทำงาน โดยระบบการทํางานจะเป็น “ระบบการควบคุมอัตโนมัติแบบอัจฉริยะ” (Automated intelligence Control System) AICS ซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษของระบบนี้ ที่สามารถทำการกำหนดค่าการทำงานที่เหมาะสมกับพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความแตกต่างกัน ทำให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เช่น​ ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง สามารถใช้พื้นที่เพียง 150 ตารางเมตร ในการติดตั้งและใช้เวลาติดตั้งเพียง 2 ชั่วโมงประสิทธิภาพในการทำงาน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง มีการติดตั้งเซ็นเซอร์น้ำเพื่อตรวจสอบคุณภาพของน้ำก่อนนำลงสู่แหล่งน้ำ​ ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้รถขุดในการทำงาน​ ใช้เจ้าหน้าที่ในการจัดการควบคุมดูแลระบบจำนวนน้อย ลดต้นทุนในการขนส่ง ตะกอนดินโคลน เนื่องจากระบบสามารถจัดการดินโคลนให้เป็นกากตะกอนแห้งสูง (75% DS) ของดินโคลนที่ทําการดูดขึ้นมาและกากตะกอนดินสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก

นอกจากนี้​ นวัตกรรมดังกล่าวเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม​ โดยในรอบระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา แหล่งน้ำ ลำคลอง คูน้ำ เต็มไปด้วยดินโคลน และตะกอนต่างๆ ซึ่งเกิดจากน้ำเสียที่ถูกปล่อยมาจาก ครัวเรือน และแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มีการกรองหรือคัด แยกมาก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ ดังนั้น แหล่งน้ำจึงเกิดการปนเปื้อน
ของสารพิษ ขยะ และตะกอนต่างๆ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับระบบ นิเวศน์ (ปัญหาน้ำท่วม การปนเปื้อนของสารพิษในน้ำ) และส่งผลให้ เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจด้วย ซึ่งวิธีการจัดการกำจัดตะกอนแบบเดิมนั้น นอกจากจะไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่แล้วยังมีราคาแพงและไม่คุ้มค่าทั้งในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย
ระบบบำบัดน้ำและบีบตะกอนเลนแบบอัจฉริยะ ที่เป็นนวัตกรรมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์จึงสร้างมาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดยถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำความสะอาดแหล่งน้ำ​ และใช้อย่างแพร่หลายในประเทศชั้นนําทั่วโลก เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

การร่วมสังเกตการณ์ในวันนี้ มีนายต่อศักดิ์​ โชติมงคล​ ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภิมุข​ สิมะโรจน์​ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี​ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ นายสุราษฎร์ เจริญชัยสกุล​ ผู้​อำนวยการสำนักการระบายน้ำ​ ผู้บริหารสำนักงานระบายน้ำ ผู้อำนวยการเขตพระนคร ร่วมสังเกตการณ์