In Thailand
ชื่นชมแพทย์-บุคลากรของ3รพ.นครปฐม แข็งขันขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งใครไว้ลำพัง

นครปฐม-ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย ขณะที่ทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามพรานและโรงพยาบาลนครชัยศรีระดมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากอาคารสูงและห้องวิกฤติที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออย่างทุลักทุเลท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เคยรับมือมาก่อนแต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในการควบคุมได้ซึ่งนับจากนี้จะมีการเตรียมความพร้อมรับเหตุสั่นสะเทือนอีกครั้งหากเกิดขึ้นและเตรียมขึ้นย้ายกลับเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชีวิตของผู้ป่วย
วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐมได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย
โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่าตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้
ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป
เคลื่อนย้ายผู้ป่วย รพ.สามพราน - นครชัยศรี หลังแผ่นดินไหวสั่นรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ที่โรงพยาบาลสามพรานอำเภอสามพรานจังหวัดนครปฐม แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่พร้อมกู้ภัยเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากบนอาคารลงมาด้านล่างจุดรวมพลแห่งที่หนึ่งและแห่งที่สองหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง คงเหลือแต่ผู้ป่วยไอซียูที่ไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายลงมาด้านล่างได้ ซึ่งต้องใช้ถังออกซิเจนสำรองให้กับผู้ป่วยทำให้เกิดการขาดแคลนหัวถังออกซิเจนที่จะต่อให้ผู้ป่วย และต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากจึงทำให้เกิดการวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งกันช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างทุลักทุเลประกอบกับต้องรอการ แจ้งจากทางราชการว่าปลอดภัยจึงจะ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับขึ้นอาคารหากเหตุการณ์สงบ
ทั้งนี้พบว่าทีมแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้ใช้ประสบการณ์และการประสานงานร่วมกันในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแม้จะมีความขลุกขลักอยู่บ้างเนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมามาก่อนและถือเป็นแผ่นดินไหวทั้งรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาประมาณ 40 กว่าปีที่จังหวัดนครปฐมสามารถรับรู้แรงสั่นไว้ได้แต่การทำงานของผู้ป่วยก็สามารถรักษาชีวิตของผู้ป่วยวิกฤตหนักและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลจากเครื่องมือ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งขั้นต่อไปคือการประเมินสถานการณ์เพื่อจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างระมัดระวังกลับเข้าสู่ห้องรักษาและห้องพักเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากการขยายอีกต่อไป
ส่วนที่ โรงพยาบาลนครชัยศรี ซึ่งมีอาคารสูงอยู่ในพื้นที่ทีมแพทย์พยาบาลก็ได้เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและลำเลียงผู้สูงอายุที่มารับการรักษาพยาบาลออกจากอาคารเป็นการเร่งด่วนซึ่งทำให้สถานการณ์บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลเป็นไปอย่างโกลาหลและมีความแตกต่างแต่ทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการประสานงานกันในการเข้าดูแลทั้งผู้ป่วยหนักและผู้มาเข้ารับการรักษา โดยไม่มีเหตุผลพวงเพิ่มเติมจากความแตกต่างของศาลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมีการเฝ้าระวังเตรียมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับสู่ห้องพักหากสถานการณ์เข้าสู่ความปกติต่อไป